ยํ กุทฺโธ อุปโรเธติ สุกรํ วิย ทุกฺกรํ “ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด สิ่งนั้นถึงทำยากก็เหมือนทำง่าย”

คนที่ถูกความโกรธครอบงำ เมื่อจะทำอะไรเพื่อเป็นการระบายอารมณ์โกรธ ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะทำได้ยากเย็นแค่ไหน เขาก็ยังจะดันทุรังทำ

ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ “ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้”

คนที่ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด รำคาญใจ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำอะไรโดยขาดการยั้งคิด ทำความผิดโดยไม่พิจารณา

โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ “ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว”

คนที่มีความโกรธเป็นเจ้าเรือนเช่นนี้ ย่อมไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แม้แต่ญาติสนิทมิตรสหายก็ไม่อยากจะเข้าใกล้หรือคบค้าสมาคมด้วย

โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท “พึงตัดความโกรธ ด้วยความข่มใจ”

ถ้าเรามีทมะประจำใจ รู้จักข่มใจในเมื่อความโกรธเกิดขึ้นเช่นนี้ จะทำให้ความโกรธครอบงำจิตใจของเราไม่ได้ เมื่อความโกรธอยู่ในความควบคุม

มา โกธสฺส วสํ คมิ “อย่าลุอำนาจความโกรธ”

เมื่อทำตามอำนาจของความโกรธ ก็ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า กรรมที่ทำตามอำนาจของความโกรธนั้นย่อมจะเป็นอกุศลกรรม เช่น มันอาจจะสั่งให้ด่าคนอื่นบ้าง

สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม “ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน”

ราคะ เกิดขึ้นเพราะมีความดำริคือความคิดเป็นมูลราก เช่น เมื่อได้เห็นรูป เราคิดไปว่ารูปนี้สวยงาม น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ก็เกิดเป็นราคะขึ้นมา

น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา “กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์”

ผู้มีปัญญาย่อมไม่หลงติดในกามคุณทั้งหลายที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอนนั้น เพราะพิจารณาเห็นด้วยปัญญาแล้วว่า เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ หาแก่นสารมิได้

กาเมหิ โลกมฺหิ น อตฺถิ ติตฺติ “ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก”

ธรรมดาสัตว์โลกทุกชนิด ล้วนติดอยู่ในกามารมณ์ คืออารมณ์ที่น่าใคร่ น่าปรารถนา น่าพอใจ ติดอยู่ในรูปที่สวย ๆ งาม ๆ เห็นแล้วก่อให้เกิดความกำหนัด

น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ “ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝนคือกหาปณะ”

ขึ้นชื่อว่าความอิ่มความพอในกามนั้น เป็นอันไม่มีเลย แม้จะใช้เงินจำนวนมากมาจ้างให้คนอิ่มในกามคุณนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

นตฺถิ กามา ปรํ ทุกฺขํ “ทุกข์อื่น ยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี”

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงสั่งสอนพวกเราเหล่าสาวก ให้ดำเนินตามวิถีแห่งอริยมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติตนเพื่อความเป็นอริยะ

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที “แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี”

แม่น้ำสายใหญ่ยังมีวันเต็มได้ด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาบ่อย ๆ แต่ตัณหาในใจสรรพสัตว์นั้น ไม่มีวันเต็ม เพราะสรรพสัตว์ในโลกนี้ มีความต้องการอยู่ตลอดเวลา

อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา “ความอยาก ละได้ยาก ในโลก”

การที่จะสลัดตัณหาออกจากใจได้หมดสิ้นนั้น จำเป็นจะต้องใช้วิธีพิเศษ คือการเจริญวิปัสสนาภาวนา ตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 จึงจะสามารถสลัดตัณหาทั้งปวง

อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา “ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย”

ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่า ตัณหาคือความทะยานอยากนี้จะสิ้นสุดตรงไหน หรือจะจบลงเมื่อไหร่ แม้แต่แม่น้ำสายใหญ่ยังสามารถเต็มได้ด้วยน้ำฝน

อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ “ความอยาก ย่อมเสือกไส ซึ่งนรชน”

เราต้องรู้เท่าทันความอยาก ถ้าอยากในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ก็ต้องยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำตามอำนาจของมัน เมื่อเรายับยั้งชั่งใจเสียได้

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.