กาเมหิ โลกมฺหิ น อตฺถิ ติตฺติ.
“ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก”
(ม.ม. 13/412, ขุ.เถร. 26/377)
ธรรมดาของสัตว์โลกทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็ตาม ล้วนติดข้องอยู่ในกามารมณ์ คืออารมณ์ที่น่าใคร่ น่าปรารถนา น่าพอใจ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องล่อให้ใจเกิดความกำหนัด เช่น ติดอยู่ในรูปที่สวยงาม เมื่อเห็นแล้วก็เกิดความยินดี ติดอยู่ในเสียงที่ไพเราะ ฟังแล้วรื่นหู ติดอยู่ในกลิ่นหอมที่ทำให้ใจรัญจวน ติดอยู่ในรสอาหารที่เอร็ดอร่อย รวมถึงติดอยู่ในสัมผัสที่อ่อนนุ่มสบายกาย
กามารมณ์เหล่านี้เองที่กลายเป็นเครื่องพันธนาการผูกใจสัตว์โลกให้อยู่ในความลุ่มหลง ใจที่หลงติดอยู่ในสิ่งเหล่านี้ย่อมไม่อาจมองเห็นความจริงของชีวิต ไม่อาจตระหนักถึงสภาพความไม่เที่ยง ความเปลี่ยนแปลง และความเสื่อมสลายที่เป็นธรรมดาของสรรพสิ่งทั้งปวง
เมื่อสิ่งที่น่าปรารถนาเหล่านั้นเสื่อมหรือหายไป ใจก็เกิดความโหยหา คิดถึง คิดจะครอบครองหรือแสวงหาสิ่งใหม่มาทดแทน ความอยากที่เกิดขึ้นเช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจไม่รู้จักความสงบ ยังคงวุ่นวายดิ้นรนเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ
ความโหยหานั้นเองเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ใจที่ตกอยู่ใต้อำนาจของกาม ย่อมไม่เคยรู้จักคำว่า “พอ” ไม่ว่ามีมากเพียงใด ก็ยังคงแสวงหามากขึ้นไปอีก เหมือนเติมน้ำลงไปในภาชนะที่รั่วไหล ไม่มีวันเต็มได้เลย ความอยากจึงไม่มีที่สิ้นสุด
ความไม่รู้จักอิ่มในกามนี้ เป็นสภาพที่แสดงถึงความหลงผิดของสัตว์โลกที่ไม่เห็นตามความจริงของกามคุณ ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงภาพลวงชั่วคราว เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไป ไม่สามารถให้ความสุขที่แท้จริงได้ เป็นเพียงความสุขจอมปลอมที่หลอกให้ใจติดพันและเวียนว่ายอยู่ในวัฏฏะ
เมื่อยังไม่เห็นโทษของกามารมณ์ ก็ย่อมยังคงแสวงหาอยู่เรื่อยไป ความอยากเหล่านี้ย่อมก่อให้เกิดการกระทำต่าง ๆ ทั้งทางกาย วาจา และใจ ซึ่งนำผลคือทุกข์ตามมา ไม่ว่าทุกข์เพราะการแสวงหาไม่จบสิ้น หรือทุกข์เพราะการสูญเสียสิ่งที่เคยได้มาแล้ว
ด้วยเหตุนี้เอง สัตว์โลกจึงยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏ หาประมาณมิได้ เพราะยังไม่รู้จักความพอในกาม ยังคงตกอยู่ใต้อำนาจแห่งตัณหาอันเป็นเชื้อให้เกิดภพชาติใหม่ ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ผู้ที่มีปัญญาย่อมเห็นตามจริงว่า การติดอยู่ในกามคุณคือเหตุแห่งทุกข์ เป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งไม่ให้จิตพ้นจากวัฏฏะแห่งการเวียนเกิดเวียนตาย ดังนั้นจึงพยายามขัดเกลาจิตให้คลายความกำหนัด ความยึดติด และความลุ่มหลงในกามารมณ์ทั้งปวง
เมื่อจิตสามารถตัดความยึดมั่นในกามารมณ์ได้ ก็เป็นการปลดปล่อยตนเองจากพันธนาการของความอยากอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เมื่อใจพ้นจากความใคร่ความพอใจทั้งหลายแล้ว ย่อมได้ลิ้มรสแห่งความสงบเย็นและความเป็นอิสระที่แท้จริง ซึ่งเป็นทางสู่การพ้นทุกข์โดยสมบูรณ์.
