โกธชาโต ปราภโว “ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย”

โกธชาโต ปราภโว.

“ผู้เกิดความโกรธแล้วเป็นผู้ฉิบหาย”

(องฺ.สตฺตก. 23/100)

ความโกรธเป็นอารมณ์ร้อนแรงที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน หากปล่อยให้มันครอบงำจิตใจ ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงแห่งความพินาศ เพราะความโกรธไม่เคยนำพาความสุขมาให้ มีแต่ผลักเราไปสู่ความทุกข์และความเดือดร้อนเสมอ

เมื่อความโกรธเกิดขึ้น ใจจะมืดบอด ขาดสติ และไม่อาจใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ความชั่วที่ปกติทำยากก็เหมือนง่ายขึ้นเมื่อความโกรธเกิดขึ้น เมื่อสติหายไป ความฉิบหายก็ย่อมตามมา

ผู้โกรธมักพูดหรือทำสิ่งที่ไม่สมควร พูดคำรุนแรง ทำร้ายจิตใจ หรือแม้แต่กระทำการรุนแรงต่าง ๆ ที่ไม่ควรทำ ผลที่ตามมาคือเสียมิตรภาพ เสียความไว้วางใจ และบางครั้งเสียชื่อเสียงเกียรติยศที่สร้างมาทั้งชีวิต

นอกจากความเสียหายภายนอกแล้ว ความโกรธยังทำร้ายใจของผู้โกรธเอง ทำให้จิตใจร้อนรุ่ม กระวนกระวาย ไม่เป็นอันนั่ง ไม่เป็นอันนอน ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ทำให้โกรธ ก็ยิ่งเผาตนเองให้ทุกข์หนักขึ้นเรื่อย ๆ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความโกรธเป็นไฟที่เผาผลาญกุศลธรรมทั้งหมด เมื่อไฟคือความโกรธลุกขึ้นในใจ ความดีทั้งหลายก็หายไปหมด เหลือแต่การกระทำที่เต็มไปด้วยอกุศล และย่อมก่อให้เกิดบาปกรรมหนักตามมาในภายหลัง

เพราะฉะนั้น ผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำ แม้เพียงชั่วขณะ ก็เหมือนเปิดประตูต้อนรับความพินาศเข้ามาหาตัวเอง ทั้งในทางโลกและทางธรรม ทางโลกก็เสียหาย ทางธรรมก็เสื่อมถอย กลายเป็นผู้ฉิบหายโดยแท้จริง

หนทางแก้ไขคือการรู้เท่าทันความโกรธ ฝึกสติให้มั่นคง และใช้ขันติธรรมคือความอดทนอดกลั้นเข้ามาข่มใจ นอกจากนี้ยังควรเจริญเมตตาภาวนาให้จิตใจอ่อนโยน ลดแรงของโทสะลง เมื่อใจสงบแล้ว ความโกรธก็ไม่อาจครอบงำได้

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า “ผู้เกิดความโกรธแล้ว เป็นผู้ฉิบหาย” เพราะโทสะเป็นไฟที่เผาผลาญทั้งปัญญา ความดีงาม และความสุข หากผู้ใดปรารถนาความเจริญในชีวิต ต้องหมั่นฝึกใจให้สงบ ไม่เปิดโอกาสให้ความโกรธเข้ามาทำลายจิตใจเลย.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.