วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี.
“ผู้ประพฤติตามอำนาจจิต ย่อมลำบาก”
(ขุ.ชา.ทุก. 27/90)
ธรรมชาติของจิตนั้น ย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่เสมอ กล่าวคือ มักยินดีในสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ และน่าพอใจ เหมือนน้ำที่ปล่อยไว้ตามธรรมดา ย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำตลอดเวลา ไม่มีทางที่น้ำจะไหลขึ้นสู่ที่สูงได้ด้วยตัวของมันเอง
เว้นเสียแต่ว่าจะมีเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำขึ้นไปในที่สูง จึงเปรียบได้กับจิตของคนเรา หากปล่อยไว้ตามธรรมชาติ จิตก็จะตกไปในสิ่งต่ำเสมอ แต่ถ้ามีเครื่องช่วยคือการฝึกฝนอบรม จิตก็สามารถยกระดับขึ้นสู่ความดี ความสูงส่งได้
บุคคลผู้ที่ปล่อยตัวประพฤติตามอำนาจของจิตโดยไม่พิจารณา ย่อมทำไปตามสิ่งที่ปรารถนาและพอใจ โดยไม่คิดว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งสูงหรือสิ่งต่ำ เป็นสิ่งดีหรือสิ่งไม่ดี ขอเพียงได้ทำตามความพอใจก็ถือว่าเพียงพอ
เมื่อประพฤติตามอำนาจของจิตเช่นนั้น ผลที่ตามมาคือการเสี่ยงต่อการทำผิด สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น เพราะจิตที่ยังไม่ได้รับการฝึก ย่อมนำไปสู่ทางที่ผิดได้อย่างง่ายดาย
คนที่ทำตามอำนาจของจิตโดยไร้การยับยั้ง ย่อมไม่พ้นที่จะได้รับความเดือดร้อน จิตที่ปราศจากการอบรม เปรียบเหมือนม้าพยศที่ไร้บังเหียน ย่อมพาตัวเองและผู้อื่นไปสู่ความพินาศในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ ครูบาอาจารย์จึงสอนให้พวกเราฝึกชำระจิตของตนเองให้สะอาด ปราศจากมลทินคือกิเลสทั้งหลาย ทั้งความโลภ ความโกรธ และความหลง เพื่อให้จิตไม่ยินดีในสิ่งต่ำ ๆ ที่จะนำพาความทุกข์มาให้
การฝึกจิตเปรียบได้กับการติดตั้งเครื่องสูบน้ำคอยยกระดับจิตขึ้นสู่ที่สูง คือความดีงามและกุศลกรรมทั้งหลาย การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้จิตมั่นคง ไม่ถูกแรงดึงดูดของสิ่งต่ำ ๆ ฉุดลากไปได้ง่าย
ดังนั้น ผู้ใดที่สามารถฝึกจิตของตนเองได้ ผู้นั้นย่อมไม่หลงเพลิดเพลินในสิ่งที่ต่ำทราม แต่จะเลือกกระทำในสิ่งที่สูงส่งและเป็นกุศล อันจะนำความสุข ความเจริญ และความสงบมาสู่ตนเองและสังคมโดยถ้วนหน้า.
