เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข.
“พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน”
(ขุ.ชา.เอก. 27/31)
ธรรมดาของจิตนั้น เป็นสภาพที่แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จิตมักหวั่นไหวไปตามอารมณ์ต่าง ๆ ได้ง่าย เพียงมีสิ่งใดมากระทบเล็กน้อย ก็ทำให้จิตฟุ้งซ่านและเปลี่ยนไปตามอารมณ์นั้น ๆ
จิตที่ยังไม่ได้รับการฝึก ย่อมไม่มั่นคง เมื่อถูกกระทบด้วยเรื่องเล็กน้อยก็มักหวั่นไหวอย่างง่ายดาย จึงเป็นเหตุให้คนเราตกอยู่ในอำนาจของอารมณ์ ทั้งสุขและทุกข์ โดยไม่รู้เท่าทัน
เปรียบเหมือนน้ำมันที่บรรจุจนเต็มในบาตรหรือภาชนะใด ๆ หากมีการขยับเขยื้อนเพียงเล็กน้อย น้ำมันในบาตรก็กระเพื่อมและหกออกมาได้โดยง่าย
ด้วยเหตุนี้ น้ำมันในบาตรจึงต้องได้รับการประคองอย่างดี หากประคองไม่มั่น น้ำมันย่อมหกเลอะเทอะเสียหาย เช่นเดียวกันกับจิตของเรา หากไม่คอยประคับประคอง ก็ย่อมไหลไปตามกระแสอารมณ์โดยง่าย
จิตของเราจึงต้องได้รับการประคับประคองอย่างดีด้วยสติสัมปชัญญะ จึงจะไม่กระเพื่อมไปตามอารมณ์ที่มากระทบ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ที่น่ายินดีหรือไม่น่ายินดีก็ตาม หากมีสติอยู่เสมอ จิตก็จะมั่นคง ไม่หวั่นไหวง่าย
หากจิตกระเพื่อมไปตามอารมณ์ที่ไม่น่าพอใจ ก็ย่อมเกิดความหงุดหงิด ขัดเคือง และนำไปสู่การกระทำที่ไม่ดีได้ เช่น การพูดหยาบคาย การกระทำรุนแรง หรือการคิดประทุษร้ายผู้อื่น
ในอีกด้านหนึ่ง หากจิตกระเพื่อมไปตามอารมณ์ที่น่าพอใจ ก็อาจก่อให้เกิดความโลภ ความโกรธ หรือความหลงใหลในสิ่งนั้น ๆ และอาจพลาดพลั้งไปทำสิ่งที่ไม่ดีได้
ดังนั้น จึงควรหมั่นประคับประคองจิตของตนให้ดีด้วยสติและสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้จิตกระเพื่อมไปตามอารมณ์ภายนอก ไม่ว่าดีหรือร้าย หากทำได้เช่นนี้ จิตก็จะมั่นคง สงบ และเป็นเหตุให้เกิดความสุขที่แท้จริง.
