จิตฺตํ อตฺตโน อุชุกมกํสุ “คนฉลาด ได้ทำจิตของตนให้ซื่อตรง”

จิตฺตํ อตฺตโน อุชุกมกํสุ.

“คนฉลาด ได้ทำจิตของตนให้ซื่อตรง”

(ที.มหา. 10/288)

ธรรมดาของจิตนั้น มักคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย คิดไปตามอำนาจของกิเลสที่คอยปรุงแต่งและชักจูงให้ไขว้เขว จิตที่เป็นเช่นนี้เรียกว่า “จิตคด” คือไม่ตรงต่อคุณงามความดี และไม่ตรงต่อทางแห่งการพ้นทุกข์ที่จะนำไปสู่พระนิพพาน

จิตคดเป็นจิตที่เอียงไปตามกิเลส เห็นผิดเป็นถูก เห็นถูกเป็นผิด ไม่มั่นคงในศีลธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมนำเจ้าของไปสู่การกระทำที่ผิดพลาดและสร้างความเดือดร้อน ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

แต่บุคคลผู้ฉลาด คือผู้ที่มีปัญญา ย่อมไม่ปล่อยให้จิตเป็นไปตามธรรมดาของมัน แต่จะหมั่นฝึกจิตของตน ดัดจิตของตนให้ตรง ให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณงามความดี ไม่คด ไม่โกง และไม่หลงไปตามอำนาจของกิเลส

การฝึกจิตให้ตรง คือการทำให้จิตดำเนินไปตามทางที่ถูกต้อง ตรงต่อหนทางพ้นทุกข์ คือมรรคผลพระนิพพาน จิตที่ตรงเช่นนี้ย่อมนำชีวิตไปสู่ความเจริญและความสงบสุขอย่างแท้จริง

การควบคุมจิต เปรียบได้เหมือนกับการขับรถ หากผู้ขับบังคับรถไม่ดี ปล่อยให้รถวิ่งออกนอกลู่นอกทาง ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เช่นเดียวกับจิต หากไม่บังคับให้ดี ก็ย่อมก่อให้เกิดความพินาศแก่ตนเองได้

ดังนั้น การบังคับจิตให้อยู่ในลู่ในทางที่ควรดำเนิน คือสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ปรารถนาความสุขและความพ้นทุกข์ ต้องหมั่นดูแลจิตเหมือนกับการประคองรถให้อยู่บนเส้นทางที่ปลอดภัย

เมื่อจิตได้รับการบังคับให้อยู่ในลู่ทางที่ควรดำเนินได้แล้ว ย่อมไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ออกนอกทาง แต่จะตรงต่อความดี ตรงต่อสติปัญญา และตรงต่อการสร้างกุศลกรรมทั้งปวง จิตที่ตรงนี้เองเป็นกำลังสำคัญในการก้าวไปสู่ความสุขความเจริญและความพ้นทุกข์

จุดหมายปลายทางของผู้ฝึกจิต คือความพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิง เมื่อจิตไม่คด ไม่ออกนอกลู่ทางแห่งคุณงามความดี ย่อมสามารถบรรลุถึงเป้าหมายสูงสุดของชีวิตได้ คือพระนิพพาน อันเป็นความสุขสงบที่ประเสริฐที่สุด.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.