จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี “ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต”

จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี.

“ผู้มีปัญญาพึงรักษาจิต”

(ขุ.ธ. 25/19)

ผู้มีปัญญา คือผู้ที่มีวิจารณญาณ มองเห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริง ไม่ถูกอคติหรือความลุ่มหลงบิดเบือนการรับรู้ เขาย่อมเข้าใจชัดว่า จิตของมนุษย์เป็นสภาพที่หวั่นไหวง่าย โอนเอนไปตามอารมณ์ทั้งหลายได้โดยง่าย และมักไหลไปสู่ทางต่ำเสมอ

จิตนั้น เมื่อไม่มีการอบรมหรือคุ้มครอง ย่อมถูกอารมณ์ภายนอกดึงดูดไปอย่างไม่หยุดหย่อน ทั้งที่เป็นสิ่งน่าปรารถนาและไม่น่าปรารถนา จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตตามแรงผลักดันของอารมณ์ มากกว่าจะอยู่ด้วยสติปัญญา

ผู้มีปัญญาเมื่อรู้ธรรมชาติของจิตดังนี้แล้ว จึงไม่ประมาท ย่อมหมั่นตามรักษาจิตของตน ไม่ปล่อยให้หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่มากระทบ รู้จักยับยั้งเมื่อใจอยาก รู้จักอดทนเมื่อใจโกรธ และรู้จักพิจารณาเมื่อใจหลงใหล

การคุ้มครองจิตคือการป้องกันไม่ให้ตกเป็นทาสของกิเลสที่คอยบงการอยู่ตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้โกรธเพราะโทสะ ไม่ปล่อยให้โลภเพราะโลภะ และไม่ปล่อยให้หลงเพราะโมหะ เพราะรู้ว่ากิเลสเหล่านี้เป็นเหตุแห่งทุกข์

ผู้ที่คุ้มครองจิตได้ ย่อมไม่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลส แม้โลกจะเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยวนและสิ่งก่อกวน จิตก็ยังตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว ไม่ถูกชักนำไปทำความชั่ว แต่กลับเลือกกระทำสิ่งที่สุจริตแทน

เมื่อจิตไม่ตกอยู่ใต้อำนาจกิเลส การกระทำทั้งทางกาย วาจา ใจ ก็ย่อมเป็นไปในฝ่ายสุจริต นำมาซึ่งผลคือความสุข ความสงบ และความเจริญ เป็นการสั่งสมบุญกุศลให้เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน

ผลของการทำสุจริตโดยมีจิตที่ได้รับการคุ้มครองอย่างดี ก็คือการพอกพูนบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ทั้งบารมีทางทาน ศีล และภาวนา ซึ่งล้วนเป็นเหตุปัจจัยให้ชีวิตดำเนินไปในทิศทางที่สูงส่งและงดงาม

ในที่สุด ผู้ที่หมั่นรักษาและคุ้มครองจิตอยู่เสมอเช่นนี้ ย่อมสามารถก้าวพ้นจากอำนาจของกิเลสทั้งปวงได้ทีละน้อย จนกระทั่งถึงความเกษมจากโยคะ ความหลุดพ้นจากทุกข์อย่างสิ้นเชิง คือพระนิพพาน อันเป็นจุดหมายสูงสุดของชีวิต.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.