อานาปานสฺสติ ยสฺส อปริปุณฺณา อภาวิตา กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ.

อานาปานสฺสติ ยสฺส       อปริปุณฺณา อภาวิตา
กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ     จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ.

สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว.

(สารีปุตฺต) ขุ.ปฏิ. 31/250.

อานาปานสติ คือหลักปฏิบัติกรรมฐานที่สำคัญยิ่งในพระพุทธศาสนา เป็นกรรมฐานที่ใช้ได้ทั้งในด้านสมถะและวิปัสสนา กล่าวคือ เป็นหนทางให้จิตสงบระงับจากความฟุ้งซ่าน และในขณะเดียวกันก็เป็นหนทางให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริง

อานาปานสติเป็นหลักปฏิบัติเพื่อความสงบระงับแห่งกายและจิต เมื่อจิตสงบก็ย่อมคลายความเร่าร้อนที่เกิดจากกิเลส และเมื่อปัญญาเกิดขึ้น ก็ย่อมสามารถรู้แจ้งในสิ่งทั้งปวงตามความเป็นจริง จนกระทั่งเข้าถึงพระนิพพานได้ในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงยกย่องอานาปานสติว่าเป็นธรรมอันประเสริฐสำหรับผู้ปฏิบัติ ผู้ที่ต้องการความพ้นทุกข์ย่อมต้องหมั่นเจริญอานาปานสติอย่างสม่ำเสมอ เพื่อทำจิตให้ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ และเป็นไทจากกิเลสทั้งปวง

อานาปานสติจึงเป็นหัวใจสำคัญแห่งการฝึกฝนตนเอง เพราะเป็นวิธีการที่ง่าย ไม่ต้องอาศัยสิ่งอื่นนอกจากลมหายใจเข้าออกของเราเอง แต่กลับเป็นวิธีที่ลึกซึ้ง สามารถชำระจิตให้สะอาด บริสุทธิ์ และมั่นคงได้อย่างแท้จริง

ในทางตรงกันข้าม บุคคลที่ละเลยอานาปานสติ ไม่สนใจปฏิบัติกรรมฐาน ย่อมไม่สามารถทำลายกิเลสตัณหาภายในใจได้เลย เมื่อขาดเครื่องมือฝึกจิต เขาจึงถูกกิเลสครอบงำอยู่ร่ำไป ไม่รู้จักหนทางแห่งการปลดปล่อยตนเองให้เป็นอิสระจากกิเลสตัณหา

เมื่อจิตถูกกิเลสครอบงำ ย่อมตกเป็นทาสแห่งความอยาก ต้องดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่ต้องการตามอำนาจของกิเลส ความอยากนั้นไม่สิ้นสุด จึงก่อทุกข์ก่อโทษอยู่เสมอ ผลักดันให้กระทำทั้งกรรมดีและกรรมชั่วปะปนไปตามอารมณ์ที่มากระทบ

คนที่ไม่อบรมอานาปานสติ จึงกลายเป็นผู้ที่ถูกกระแสแห่งกิเลสพัดพาไป ไม่อาจยับยั้งควบคุมจิตได้ จิตใจหวั่นไหว ฟุ้งซ่าน และกระเพื่อมไปตามสิ่งเร้าภายนอก เป็นดังเรือที่ไร้หางเสือ ถูกคลื่นลมพัดพาไปโดยไม่รู้ทิศทาง

เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่สามารถทำลายกิเลสที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ได้ แต่กลับถูกกิเลสบงการชักนำให้สร้างกรรมใหม่อยู่ร่ำไป ทั้งดีและชั่วสลับกันไป โดยไม่อาจหยุดวงจรแห่งเหตุและผลที่สืบต่อกัน

กรรมที่สร้างขึ้นด้วยอำนาจกิเลส ย่อมกลายเป็นเชื้อแห่งการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ เขาจึงต้องวนเวียนอยู่ในวัฏสงสารไม่รู้จบสิ้น ชาติแล้วชาติเล่า ไม่สามารถหลุดพ้นจากห้วงมหาสมุทรแห่งทุกข์ได้เลย

ดังนั้น ผู้ใดปรารถนาความพ้นทุกข์ ต้องหมั่นเจริญอานาปานสติให้มั่นคงและสม่ำเสมอ เมื่อฝึกจิตจนสงบตั้งมั่น ปัญญาย่อมเกิด เมื่อปัญญาเกิด ย่อมสามารถทำลายกิเลสให้สิ้นไปได้ และที่สุดแล้ว ย่อมเข้าถึงพระนิพพาน อันเป็นความเกษมจากโยคะโดยแท้จริง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.