ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ “ท่านว่าทานและการรบเสมอกัน”
อธิบายพุทธภาษิต ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ หรือ ทานและการรบเสมอกัน เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าการเอาชนะความตระหนี่ ต้องใช้ความกล้าหาญเหมือนนักรบ
พุทธศาสนสุภาษิต คำสอนของพระพุทธศาสนาที่รวบรวมไว้เป็นบทสั้น ๆ ความหมายกว้างขวาง ครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต มีทั้งคติเตือนใจ แนวทางการดำเนินชีวิต หลักธรรมะ และปรัชญาที่ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย จดจำง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อความสุขสงบและเจริญรุ่งเรืองอย่างผู้มีปัญญาและมีธรรมะรักษาใจ
อธิบายพุทธภาษิต ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานมาหุ หรือ ทานและการรบเสมอกัน เปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าการเอาชนะความตระหนี่ ต้องใช้ความกล้าหาญเหมือนนักรบ
ศรัทธา คือหัวใจสำคัญของการให้ทาน เมื่อศรัทธามีมากแล้ว ทานที่ให้นั้นย่อมมีผลมากด้วยเช่นกัน เพราะผู้ที่ให้ด้วยศรัทธา เช่น ถวายทาน
การเลือกให้ไม่ได้หมายถึงความตระหนี่ แต่เป็นการใช้ปัญญากำกับจิตใจที่เปี่ยมด้วยศรัทธา เพื่อให้การให้ของเรามีผลสูงสุด
ในสายตาของคนพาล การบริจาคหรือให้ทานดูเหมือนเป็นการกระทำที่สูญเปล่า เขาคิดว่าเมื่อให้ไปแล้วตนเองก็จะขาดทุนหรือเสียประโยชน์
การให้นั้น ก่อให้เกิดความประทับใจทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับ ผู้ให้ก็มีความสุขใจที่ได้ให้ ผู้รับก็มีความประทับใจในตัวผู้ให้
ผู้ที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยินดีให้ปันสิ่งของหรือความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมเป็นผู้ที่น่ายกย่องและเป็นที่รัก
ผู้ให้คือผู้มีจิตใจประเสริฐ เพราะกล้าที่จะสละสิ่งของด้วยความเต็มใจ และสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ผู้เป็นปราชญ์ย่อมมีจิตใจเมตตาและเสียสละ มักใช้ความรู้และสติปัญญาที่ตนมีในการมอบความสุขให้แก่ผู้อื่นอยู่เสมอ
ผู้ให้ของที่ชอบใจ ย่อมได้รับผลแห่งทานอย่างหาประมาณมิได้ เพราะในขณะที่ให้ จิตใจย่อมเปี่ยมไปด้วยความสุข ความปีติ และความเต็มใจ
ผู้ที่จะถึงฐานะที่สูงส่งในสังคม มักเป็นผู้ที่รู้จัก “ให้” อย่างแท้จริง การให้ของเขาไม่จำกัดเพียงทรัพย์สินเงินทอง แต่ยังรวมถึงเวลา
พุทธศาสนสุภาษิต "อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ" ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก ทำไมการเลือกให้ของดีจึงส่งผลบุญมหาศาล
อธิบายความหมายของสุภาษิต "ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ" เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น ทำไมการเสียสละถึงสร้างกำไรทางจิตวิญญาณ และวิธีสร้างบุญง่ายๆ
เมื่อจะให้อะไรแก่ใครก็ตาม ต้องพิจารณาเสมอว่า สิ่งนั้นควรให้หรือไม่ควรให้ ให้ไปแล้วเป็นประโยชน์หรือสร้างความฉิบหาย เจตนาที่ให้นั้น
เมื่อให้ทานในวัตถุอันเลิศ บุญอันเลิศ อายุ วรรณะ ยศ เกียรติ สุข และกำลังอันเลิศ ย่อมเจริญ.
ผู้ให้สิ่งอันเลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในภพที่ตนเกิด.
พึงนำ (สมบัติ) ออกด้วยการให้ วัตถุที่ให้แล้วย่อมเป็นอันนำออกดีแล้ว วัตถุที่ให้แล้วย่อมมีผลเป็นสุข ส่วนวัตถุที่ยังไม่ได้ให้ก็ไม่เป็นอย่างนั้น.
ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคน ให้ผลที่ปลาย.
ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ละไปแล้ว ฉันนั้น.