อติโลโภ หิ ปาปโก.
“ความละโมบ เป็นบาปแท้”
(วิ.ภิ. 3/96, ขุ.ชา.เอก. 27/44)
ความละโมบ หมายถึงความอยากได้เกินประมาณ คือความปรารถนาที่ไม่รู้จักพอ และมักนำไปสู่การแสวงหาในทางที่ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย หรือไม่ชอบด้วยหลักคุณธรรม ความละโมบนี้มักทำให้คนกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อตอบสนองความอยากของตน
เมื่อความละโมบเข้าครอบงำจิตใจ บุคคลมักจะหลงผิดจนกระทั่งขโมยของ ปล้น ชิง วิ่งราว หรือกระทำกรรมชั่วต่าง ๆ เพื่อให้ได้สิ่งของที่ต้องการ ความละโมบทำให้จิตใจขาดคุณธรรมและไม่สามารถพิจารณาถึงผิดชอบชั่วดีได้
การแสวงหาในทางทุจริตเช่นนี้ นำไปสู่การกระทำบาปอกุศลอย่างต่อเนื่อง บาปที่เกิดขึ้นจากความละโมบจะคอยส่งผลให้ผู้กระทำได้รับความทุกข์ทั้งทางกายและทางใจอยู่เสมอไม่หยุดยั้ง
ความละโมบจึงถือเป็นบาปที่ยิ่งใหญ่ เพราะไม่เพียงเป็นบาปในตัวของมันเอง แต่ยังเป็นสาเหตุให้เกิดการทำบาปอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย การปล่อยให้ความละโมบครอบงำจิตใจ ทำให้บุคคลเดินผิดทางจากหลักศีลธรรมอันดี
ผู้ที่มีสติปัญญาจะรู้เท่าทันความละโมบ พิจารณาเห็นว่าความอยากได้เกินประมาณนั้นทำให้เกิดทุกข์ และเมื่อเห็นดังนี้ก็สามารถยับยั้งชั่งใจไม่ทำตามความละโมบได้
การฝึกฝนตนเองให้พ้นจากความละโมบ ต้องอาศัยความเพียรพยายามและสติ การฝึกอบรมจิตใจให้รู้จักพอ ไม่ยึดติดกับสิ่งของนอกกาย และไม่ให้ความอยากเป็นตัวกำหนดการกระทำของตน
ผู้ที่ละความละโมบได้แล้ว ใจจะสงบเย็น มีความพอใจในสิ่งที่ตนมี และไม่ถูกสิ่งภายนอกครอบงำ ทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปด้วยความสุขสงบ และไม่ตกอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์
การกำจัดความละโมบออกจากจิตใจจึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาตนเองทั้งทางกายและทางใจ เป็นหนทางที่จะลดบาป ลดความทุกข์ และสร้างพื้นฐานของคุณธรรมอย่างมั่นคง
ดังนั้น เราจำเป็นต้องเร่งฝึกฝนตนเองให้รู้เท่าทันความละโมบ ไม่ยอมให้มันชักจูงให้กระทำบาปอีกต่อไป การละความละโมบคือการสร้างจิตใจที่เข้มแข็งและเป็นอิสระจากกิเลสทั้งหลายอย่างแท้จริง.
