โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ

โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ.

“ผู้มีปัญญาทราม ย่อมฆ่าตนเองเหมือนฆ่าผู้อื่น เพราะอยากได้โภคทรัพย์”

(ขุ.ธ. 25/63)

คำว่า “ผู้มีปัญญาทราม” หมายถึงบุคคลผู้ขาดความเฉลียวฉลาด ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดี ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ ไม่เข้าใจว่าอะไรคือประโยชน์แท้จริง และอะไรคือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง บุคคลเช่นนี้ดำเนินชีวิตโดยปราศจากหลักธรรมและเหตุผล จึงมักตกอยู่ในความหลงผิดและสร้างความทุกข์ให้แก่ตนเองและผู้อื่นอยู่เสมอ

เมื่อผู้มีปัญญาทรามเกิดความอยากได้โภคทรัพย์ เขาย่อมแสวงหาทรัพย์นั้นด้วยวิธีการใดก็ได้ โดยไม่พิจารณาว่าวิธีนั้นถูกต้องหรือไม่ ขัดต่อศีลธรรม หรือผิดกฎหมายบ้านเมืองหรือเปล่า ความโลภผสมกับความโง่เขลาทำให้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แม้สิ่งนั้นจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองและผู้อื่นก็ตาม

การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการ “ฆ่าตัวเอง” ในทางธรรม คือการทำลายคุณงามความดีในจิตใจของตนเอง ทำให้ตนเองเสื่อมจากศีลธรรมและความดีงามที่ควรมีในฐานะมนุษย์ เป็นการตายจากความเป็นคนดี แม้ยังมีชีวิตอยู่ แต่จิตใจกลับตกต่ำและมืดบอด

อีกด้านหนึ่งของผู้มีปัญญาทราม คือเมื่อเขาได้ทรัพย์มาแล้ว ก็ย่อมนำทรัพย์นั้นไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การใช้จ่ายในอบายมุข การเสพสิ่งเสพติด หรือการใช้ทรัพย์เพื่อสนองกิเลสตัณหาอย่างไร้ขอบเขต การใช้ทรัพย์โดยปราศจากปัญญาเช่นนี้ เป็นการใช้ทรัพย์เพื่อสร้างบาปกรรม ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลย

การใช้ทรัพย์ในทางที่ผิด ไม่เพียงแต่ทำลายทรัพย์สิน แต่ยังทำลายชีวิต ทำลายสุขภาพ ทำลายความสัมพันธ์ และทำลายโอกาสในการเจริญก้าวหน้าในชีวิต เป็นการสร้างกรรมที่จะต้องชดใช้ในภายภาคหน้า และเป็นการผลาญประโยชน์ของตนเองอย่างสิ้นเชิง

ผู้มีปัญญาทรามจึงเป็นผู้ที่ค่อย ๆ ฆ่าตัวเองอย่างช้า ๆ ทั้งในทางโลกและทางธรรม เขาเสื่อมจากประโยชน์ในโลกนี้ เพราะไม่สามารถใช้ทรัพย์ให้เกิดคุณค่า และเสื่อมจากประโยชน์ในโลกหน้า เพราะสร้างบาปกรรมไว้มากมายโดยไม่รู้ตัว

การดำเนินชีวิตโดยปราศจากปัญญา คือการเดินทางสู่ความเสื่อมอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมีทรัพย์มากเพียงใด หากไม่มีปัญญาในการใช้ทรัพย์ ทรัพย์นั้นก็กลายเป็นเครื่องมือในการทำลายชีวิตของตนเอง และเป็นเหตุให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ดังนั้น ปัญญาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิต ไม่ใช่เพียงเพื่อแสวงหาทรัพย์ แต่เพื่อรู้จักใช้ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ผู้มีปัญญาย่อมรู้จักผิดชอบชั่วดี รู้จักบาปบุญคุณโทษ และสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรมและความสุขที่แท้จริงได้

ผู้มีปัญญาทรามแม้จะยังมีชีวิตอยู่ ก็ถือว่า “ตายทั้งเป็น” เพราะจิตใจที่มืดบอดและเสื่อมจากคุณธรรม ทำให้ชีวิตไร้คุณค่า ไร้เป้าหมาย และไร้ความสุขอย่างแท้จริง เราจึงควรรู้จักฝึกฝนปัญญา เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.