อูนา ว หุตฺวาน ชหนฺติ เทหํ.
“ผู้บริโภคกาม เป็นผู้พร่อง ละร่างกายไป”
(ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)
คำว่า “ผู้บริโภคกาม” ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้ครองเรือน ผู้มีครอบครัว มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินชีวิตทางโลก เช่น การทำมาหากิน การดูแลครอบครัว และการแสวงหาทรัพย์เพื่อยังชีพ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติของผู้ครองเรือน ไม่ใช่เรื่องผิดหรือน่าตำหนิแต่อย่างใด หากแต่เป็นวิถีชีวิตที่จำเป็นตามบทบาทของแต่ละคนในสังคม
อย่างไรก็ตาม หากบุคคลใดมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตนเพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ในโลกนี้ การดำเนินชีวิตแบบผู้บริโภคกามย่อมเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการปฏิบัติพระกรรมฐาน ซึ่งต้องอาศัยความสงบ ความวิเวก และเวลาที่ต่อเนื่องในการฝึกฝนจิตใจให้พ้นจากกิเลสและความยึดมั่นถือมั่น
ผู้ครองเรือนต้องเผชิญกับภาระหน้าที่มากมาย ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และครอบครัว ซึ่งทำให้จิตใจวุ่นวาย ไม่สามารถตั้งมั่นอยู่กับการเจริญสติหรือสมาธิได้อย่างเต็มที่ ความจำเป็นในการแสวงหาทรัพย์และการดูแลคนรอบข้าง ทำให้เวลาสำหรับการบำเพ็ญธรรมถูกเบียดบังไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พระพุทธเจ้าจึงทรงแนะนำว่า หากบุคคลใดมีความตั้งใจจริงในการปฏิบัติพระกรรมฐานเพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ ควรสละเรือน ออกบวชเป็นบรรพชิต เพื่อให้มีโอกาสและเวลาที่เหมาะสมในการฝึกฝนจิตใจอย่างจริงจัง การออกบวชไม่ใช่การละทิ้งความรับผิดชอบ แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทเพื่อแสวงหาความหลุดพ้นอย่างแท้จริง
การครองเรือนนั้น แม้จะมีความสุขอยู่บ้าง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความทุกข์มากมาย ความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด หาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ความพอใจในชีวิตทางโลกมักเป็นสิ่งลวงตา ทำให้ผู้คนหลงติดอยู่ในวัฏสงสาร ไม่สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้อย่างแท้จริง
ผู้บริโภคกามจึงต้องใช้ปัญญาในการพิจารณาว่า ชีวิตที่เต็มไปด้วยการแสวงหาอย่างไม่รู้จักพอ เป็นสิ่งที่ควรยึดถือหรือไม่ หากต้องการหลุดพ้นจากทุกข์จริง ๆ การลดละความยึดมั่นในชีวิตทางโลก และการหันหน้าเข้าสู่การปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง คือหนทางที่ควรพิจารณา
แม้ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถออกบวชได้ แต่การมีจิตใจที่มุ่งมั่นในการลดละกิเลส และการจัดสรรเวลาเพื่อปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ และเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการเดินทางสู่ความหลุดพ้น
การเป็นผู้บริโภคกามซึ่งหมายถึงการอยู่ครองเรือนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่หากต้องการหลุดพ้นจากทุกข์อย่างแท้จริง ต้องมีความเข้าใจในข้อจำกัดของชีวิตการครองเรือน ยอมสละการอยู่ครองเรือนเพื่อกำจัดอุปสรรคในการเจริญสมณธรรม โอกาสในการกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ก็จะมีมากขึ้น.
