ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา
ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา
แม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐
แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๒ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา
ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา
แม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
บุคคลผู้ไม่มีปัญญา ถึงแม้จะเกิดในตระกูลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากมาย แต่การขาดความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการย่อมทำให้ไม่สามารถรักษาทรัพย์สินของตระกูลไว้ได้ ด้วยการใช้ทรัพย์อย่างไม่รู้ค่า ใช้จ่ายเกินความจำเป็น หรือแม้กระทั่งขาดการวางแผนในเรื่องการลงทุนหรือบริหารจัดการทรัพย์สิน ย่อมนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินในที่สุด ผลที่ตามมาคือ ตระกูลที่เคยมั่งคั่งอาจต้องประสบกับความยากลำบากและล้มละลาย หากขาดความรู้ในการจัดการที่เหมาะสม
ในทางกลับกัน บุคคลผู้มีปัญญามาก ย่อมสามารถใช้ความรู้และความสามารถของตนเองในการแสวงหาทรัพย์สินได้ ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยก็ตาม ปัญญานั้นเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลสามารถวางแผนการใช้ทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ บุคคลเช่นนี้รู้จักวิธีบริหารจัดการทรัพย์ให้เกิดดอกผล สามารถเก็บออมและลงทุนอย่างชาญฉลาด ทำให้ทรัพย์สินเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่สูญเสียไปอย่างไร้ประโยชน์
เหตุที่บุคคลผู้มีปัญญาเป็นที่ต้องการขององค์กรต่าง ๆ นั้น เนื่องมาจากปัญญาสามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐหรือเอกชนต่างก็มองหาบุคลากรที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาและวางแผนการดำเนินงาน บุคคลที่มีปัญญาสามารถสร้างคุณค่าและผลประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ พวกเขาย่อมไม่ขาดแคลนโอกาสในการสร้างรายได้และแสวงหาทรัพย์สินใหม่ ๆ
การมีปัญญาไม่ได้หมายถึงแค่การเรียนรู้ในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการประยุกต์ใช้ความรู้ให้เกิดประโยชน์ในสถานการณ์ต่าง ๆ ปัญญานั้นเป็นเหมือนแสงสว่างที่ชี้ทางให้บุคคลสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งแตกต่างจากบุคคลที่ไม่มีปัญญา ซึ่งอาจจะตัดสินใจบนพื้นฐานของความรู้สึกหรือความประมาท ส่งผลให้ทรัพย์สินที่มีอยู่นั้นสูญเสียไป
ในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง บุคคลที่มีปัญญาจะสามารถปรับตัวและรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ได้ดีกว่าบุคคลที่ไม่มีปัญญา พวกเขาสามารถมองหาวิธีใหม่ ๆ ในการสร้างรายได้ และสามารถจัดการทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถรักษาความมั่นคงทางการเงินและเจริญเติบโตต่อไปในระยะยาว
ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยหรือยากจน การมีปัญญาถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บุคคลสามารถแสวงหาและรักษาทรัพย์สินได้อย่างยั่งยืน ปัญญาเป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนและพัฒนาได้ หากมีความเพียรและตั้งใจเรียนรู้ บุคคลทุกคนย่อมมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตนเองได้เช่นกัน นอกจากนี้ บุคคลผู้มีปัญญา ย่อมสามารถสร้างเกียรติยศและชื่อเสียงให้แก่ตนเองและวงศ์ตระกูล และสามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขได้ในทุกสถานการณ์ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย เถรคาถา ว่า
ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี ปญฺญา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี
ปญฺญาสหิโต นโร อิธ อปิ ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ.
ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่อง
เพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้
แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้.
ปัญญาเป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัยและพิจารณาสิ่งที่เราได้รับฟัง การฟังเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่สำคัญในชีวิตประจำวันของเรา เราได้ยินเรื่องราว ความคิดเห็น หรือข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง แต่การที่จะเข้าใจและแยกแยะว่าอะไรเป็นความจริง อะไรเป็นประโยชน์นั้น จำเป็นต้องอาศัยปัญญา ปัญญาจะช่วยให้เรารู้จักวิเคราะห์และพิจารณาในสิ่งที่ฟัง ไม่เพียงแต่รับรู้ตามที่ได้ยินมา แต่ยังสามารถสรุปความหมายที่ถูกต้องออกมาได้ นอกจากนี้ ปัญญายังช่วยให้เราสามารถนำความรู้หรือข้อมูลที่ได้รับมาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง
การมีปัญญายังช่วยเพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียงให้กับบุคคล ปัญญาไม่ได้เป็นเพียงความสามารถในการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นการรู้จักใช้ความรู้นั้นอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ บุคคลที่มีปัญญาเมื่อแสดงความคิดหรือการกระทำใด ๆ ย่อมได้รับการยกย่องและนับถือจากผู้อื่น เพราะพวกเขาสามารถทำให้ผู้อื่นเห็นถึงคุณค่าในตัวเขา การใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาหรือการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ย่อมส่งผลให้ชื่อเสียงและเกียรติคุณของบุคคลนั้นเพิ่มพูนขึ้นในสังคม
ยิ่งไปกว่านั้น คนผู้ประกอบด้วยปัญญาแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือความทุกข์ ก็ยังสามารถหาความสุขได้ ปัญญาจะช่วยให้บุคคลรู้จักวิธีการมองโลกในแง่บวก และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่ดีได้อย่างเหมาะสม การมีปัญญาทำให้บุคคลไม่ตกเป็นเหยื่อของความทุกข์ แต่กลับใช้ความรู้และประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหา หรือหาวิธีที่จะใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เป็นประโยชน์ การหาความสุขในความทุกข์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่บุคคลมีปัญญาสามารถทำได้
ปัญญายังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลสามารถสร้างความมั่นคงและความสุขในชีวิตระยะยาวได้ เพราะบุคคลที่มีปัญญาจะรู้จักเลือกทางเดินที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต และไม่ทำสิ่งใดโดยประมาท พวกเขาสามารถวางแผนล่วงหน้า และมีความสามารถในการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงหรือความไม่แน่นอนในชีวิต การมีปัญญาทำให้บุคคลสามารถสร้างความมั่นคงทั้งในด้านทรัพย์สินและจิตใจ
ในทางธรรมะ ปัญญาเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ บุคคลที่ประกอบด้วยปัญญาในทางธรรม ย่อมสามารถเห็นความจริงของชีวิต และปล่อยวางจากความทุกข์ทางกายและจิตใจได้ ปัญญาเป็นดั่งแสงสว่างที่ชี้ทางให้บุคคลรู้จักแยกแยะสิ่งที่เป็นประโยชน์และโทษ การมีปัญญาทำให้บุคคลสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความหมายและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่แท้จริง
ดังนั้น การฝึกฝนและพัฒนาปัญญาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อการแสวงหาความรู้เท่านั้น แต่ยังเพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าและสร้างความสุขให้กับตนเองและผู้อื่น ปัญญาเป็นสมบัติล้ำค่าที่ควรแก่การรักษาและพัฒนาตลอดชีวิต เพราะความเพียบพร้อมสมบูรณ์ด้วยปัญญา เป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ชาดก ทวาทสนิบาต ว่า
ปญฺญาย ติตฺตินํ เสฏฺฐํ น โส กาเมหิ ตปฺปติ
ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ ตณฺหา น กุรุเต วสํ.
บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ
ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้น ย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกาม
ตัณหาทำผู้อิ่มด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้.
ความเพียบพร้อมสมบูรณ์ด้วยปัญญานับว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตมนุษย์ ปัญญาไม่ใช่เพียงแค่การมีความรู้หรือความสามารถในทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความสามารถในการแยกแยะสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม ปัญญาช่วยให้บุคคลสามารถเข้าใจถึงความจริงของโลกและชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่นำพาไปสู่ความสงบและการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยปัญญาย่อมสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ไม่หลงไปตามอารมณ์หรือความปรารถนาชั่วคราว
บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญานั้นย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกาม กามหรือความต้องการทางกายภาพ เช่น ความอยากได้ อยากมี และความพึงพอใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นสิ่งที่นำไปสู่ความทุกข์ แต่เมื่อบุคคลมีปัญญาที่เพียงพอ เขาย่อมรู้จักควบคุมและไม่ปล่อยให้ความต้องการเหล่านี้ครอบงำชีวิต ความรู้สึกไม่พอใจและความทุกข์ที่เกิดจากการไม่ได้ตามที่ต้องการย่อมไม่อาจทำลายความสงบในจิตใจของบุคคลผู้มีปัญญาได้ เพราะเขารู้ว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในกามเหล่านี้
ตัณหาหรือความอยากได้อยากมีนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ตกอยู่ในวงเวียนของความทุกข์ แต่บุคคลที่มีปัญญาย่อมไม่ตกเป็นทาสของตัณหา ตัณหาไม่สามารถทำให้ผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญาอยู่ภายใต้อำนาจได้ เพราะปัญญาช่วยให้บุคคลรู้เท่าทันความอยากและความไม่พึงพอใจ บุคคลเช่นนี้สามารถปล่อยวางจากความอยากได้ อยากมี และยอมรับสิ่งที่มีอยู่ได้อย่างมีสติ
เมื่อบุคคลสามารถควบคุมตนเองไม่ให้ตกอยู่ในอำนาจของกามและตัณหา เขาย่อมปราศจากทุกข์ในที่ทั้งปวง ความทุกข์ที่เกิดจากความไม่พึงพอใจในสิ่งที่มีหรือสิ่งที่เป็นย่อมหายไป ความปรารถนาที่ไม่รู้จักพอไม่สามารถสร้างความกังวลหรือความเจ็บปวดใจให้เขาได้อีกต่อไป นี่คือผลของการมีปัญญาที่สมบูรณ์ ซึ่งทำให้บุคคลสามารถมีชีวิตอย่างสงบสุขและเป็นอิสระจากความทุกข์
ในทางพระพุทธศาสนา การมีปัญญาถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในการดำเนินชีวิตไปสู่การหลุดพ้น บุคคลที่สมบูรณ์ด้วยปัญญาย่อมไม่ยึดติดกับสิ่งใด และรู้จักวิธีการปล่อยวางจากความทุกข์ทางกายและใจ ด้วยการใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทาง เขาสามารถหลุดพ้นจากวงจรของการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความทุกข์ทั้งปวง
ดังนั้น ความเพียบพร้อมสมบูรณ์ด้วยปัญญาจึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐและควรค่าแก่การพัฒนาในตนเอง การฝึกฝนปัญญาช่วยให้บุคคลสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ปลอดจากความทุกข์ที่เกิดจากความปรารถนาทั้งหลาย การมีปัญญาเปรียบเสมือนการมีแสงสว่างนำทางชีวิต ให้บุคคลสามารถพบกับความสงบภายในและความสุขที่แท้จริงในที่สุด
สรุปความว่า ปัญญาเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดที่มนุษย์ควรใฝ่หา เพราะปัญญาเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์สร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองได้ทั้งในทางโลกและทางธรรม
ในทางธรรม ปัญญาทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและท้าทาย เมื่อมีปัญญา มนุษย์สามารถมองเห็นความเป็นไปของโลกด้วยความเข้าใจ และไม่ปล่อยให้ความทุกข์ครอบงำจิตใจ ปัญญายังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุธรรมขั้นสูง ช่วยให้มนุษย์สามารถปล่อยวางจากความยึดติดและหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ปัญญาจึงเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุความสุขที่แท้จริงและความสงบภายใน
ในทางโลก ปัญญายังมีคุณค่าในการช่วยให้มนุษย์สามารถแสวงหาทรัพย์สินและสร้างชื่อเสียงได้อย่างยั่งยืน การมีปัญญาช่วยให้มนุษย์สามารถวางแผนการทำงานและการใช้ทรัพย์สินอย่างมีประสิทธิภาพ บุคคลที่มีปัญญาย่อมเป็นที่ยอมรับในสังคมและได้รับการนับถือจากผู้อื่น เพราะเขาสามารถสร้างคุณค่าให้กับทั้งตนเองและผู้อื่น ดังนั้น ปัญญาจึงเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การแสวงหาเพื่อความสำเร็จในทุกด้านของชีวิต สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องตนว่า
ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ อปิ วิตฺตปริกฺขยา
ปญฺญาย จ อลาเภน วิตฺตวาปิ น ชีวติ.
ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา
แม้มีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
