ปุพฺเพ ทานาทิกํ ทตฺวา อิทานิ ลภตี สุขํ มูเลว สิญฺจิตํ โหติ อคฺเค จ ผลทายกํ.
ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคน ให้ผลที่ปลาย.
ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคน ให้ผลที่ปลาย.
ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ ฉันใด ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ละไปแล้ว ฉันนั้น.
ผู้ใดให้ที่พัก ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ.
ผู้ใดไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ ย่อมให้ในคนที่ควรให้ ผู้นั้นประสบความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมได้สหาย.
ผู้ใดให้ทานในบุคคลที่ไม่ควรให้ ไม่ให้ในคนที่ควรให้ ผู้นั้นถึงความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมไม่ได้สหาย.
ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ.
ผู้ให้ของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ ผู้ให้ของเลิศ ย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของดี ย่อมได้ของดี ผู้ให้ของประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ.
เมื่อใดที่มนุษย์เกิดการแข่งขันหรือความชิงดีชิงเด่นกันขึ้น เมื่อนั้นย่อมมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะตามธรรมดา แต่สิ่งที่ตามมาหลังชัยชนะกลับไม่ใช่ความสงบสุข
แม้การให้วัตถุสิ่งของหรือ อามิสทาน จะเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะช่วยบรรเทาความทุกข์ทางกายของผู้อื่นได้ แต่ ธัมมทาน หรือการให้ธรรมะนั้นมีอานิสงส์สูงกว่า
ความยินดีทั้งหลายในโลก เช่น ความยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่น่าปรารถนา ล้วนเป็นสิ่งที่ชาวโลกยึดถือว่าเป็นความสุข
พระพุทธเจ้าทรงชี้ไว้ชัดว่า “ตัณหา” คือ สมุทัย หรือเหตุให้เกิดทุกข์ เพราะเมื่อใดที่อยากแต่ไม่ได้ดังใจ เมื่อนั้นทุกข์ก็เกิดขึ้นทันที
ผู้ที่เอาชนะความโกรธ ความโลภ และความหลงได้ คือผู้ที่มีชัยชนะที่แท้จริง เพราะไม่ต้องเบียดเบียนใคร ไม่ต้องทำลายใคร
อย่ามัวแต่แข่งขันเอาชนะกันในเรื่องทางโลกที่ไร้สาระและไม่ยั่งยืน แต่จงหันมาขัดเกลาจิตใจ ฝึกตนให้รู้จักละวาง เอาชนะกิเลสและอารมณ์ร้ายภายในให้ได้
คนที่มักโกรธ เป็นผู้ที่มีจิตใจไม่สงบอยู่เสมอ ความโกรธทำให้ใจเร่าร้อน คลุ้มคลั่ง และขุ่นมัว เมื่อความโกรธเกิดขึ้น ความสุขย่อมหายไป
การทำความดีอย่างต่อเนื่องคือหนทางสร้างพลังภายในให้มั่นคง แม้ต้องอยู่ท่ามกลางคนไม่ดี แต่ผู้มีธรรมะย่อมไม่หวั่นไหว เพราะรู้ว่าความดีมีผลของมันเสมอ
เมื่อคนตระหนี่เห็นผู้อื่นให้ทานอย่างมีความสุข เห็นคนที่มีน้อยแต่ยังแบ่งปันแก่ผู้อื่น เขาย่อมเกิดความละอายใจ และอาจเริ่มตระหนักถึงความสุขที่เกิดจากการให้
ผู้ที่พูดความจริงย่อมเป็นผู้มีศีล มีความซื่อสัตย์ และได้รับความเคารพจากผู้อื่นเสมอ เพราะคำพูดของเขามีคุณค่าและน่าเชื่อถือ
คนที่มีจิตเศร้าหมอง คือคนที่ถูกกิเลสรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความโกรธ หรือความหลง กิเลสเหล่านี้เปรียบเสมือนเงามืด