สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ.
“การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง”
(ขุ.ธ. 25/63)
ความหมายของคำว่า “ทาน”
คำว่า ทาน หมายถึง “การให้” หรือ “การสละ” สิ่งที่ตนมีอยู่ด้วยความเต็มใจและยินดี เป็นการกระทำที่แสดงถึงน้ำใจ ความเสียสละ และความเมตตา การให้ไม่ได้หมายถึงเพียงการมอบสิ่งของเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมอบสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นธรรมะ หรือคำแนะนำที่ดี การให้กำลังใจ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานแห่งความดีและการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม
ประเภทของการให้ในทางพระพุทธศาสนา
การให้แบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ อามิสทาน และ ธัมมทาน ซึ่งแตกต่างกันที่ลักษณะของสิ่งที่ให้ อามิสทานคือการให้สิ่งของ ส่วนธัมมทานคือการให้ธรรมะ แม้ทั้งสองอย่างจะเป็นการให้เหมือนกัน แต่เป้าหมายและผลแห่งการให้แตกต่างกัน กล่าวคือ อามิสทานช่วยบรรเทาความขาดแคลนชั่วคราว ส่วนธัมมทานช่วยดับความทุกข์ทางใจได้อย่างยั่งยืน
อามิสทานหมายถึงการสละทรัพย์สิน เงินทอง หรือสิ่งของของตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เช่น การบริจาคทาน การให้ข้าวปลาอาหารแก่ผู้หิวโหย หรือการมอบสิ่งจำเป็นแก่ผู้ยากไร้ การให้ในลักษณะนี้เป็นการปลูกฝังจิตใจให้รู้จักละความตระหนี่และเห็นคุณค่าของการช่วยเหลือผู้อื่น
การให้สิ่งของแม้เพียงเล็กน้อย ย่อมต้องอาศัยความเมตตาและการเอาชนะความโลภในใจ เพราะผู้ให้ต้องละมัจฉริยะ คือความตระหนี่ถี่เหนียวได้ การให้จึงเป็นการฝึกจิตให้รู้จักเสียสละ และเป็นก้าวแรกของการสร้างบุญใหญ่ เพราะบุคคลที่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ย่อมเป็นที่รักของผู้คนและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างร่มเย็น
อีกประเภทหนึ่งคือ ธัมมทาน หมายถึงการให้ธรรมะ ให้คำสอนที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา หรือให้ข้อคิดและแนวทางในการดำเนินชีวิต เช่น การสอนศีลธรรม การเผยแผ่ธรรมะ การให้คำปรึกษาแก่ผู้อื่นด้วยเมตตา การให้ในลักษณะนี้ไม่ได้มุ่งเพียงช่วยเหลือด้านวัตถุ แต่เป็นการช่วยให้จิตใจของผู้อื่นเจริญงอกงาม
การให้ธรรมะย่อมประเสริฐที่สุด เพราะเป็นการให้สิ่งที่ยั่งยืน ไม่สูญหาย เป็นการให้ปัญญาที่ช่วยให้ผู้อื่นรู้จักทางพ้นทุกข์ เมื่อผู้รับได้รับธรรมะและนำไปปฏิบัติ ย่อมเกิดความเข้าใจในชีวิต เกิดความสงบในใจ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง
อามิสทานและธัมมทานแม้ต่างรูปแบบกัน แต่ล้วนมีรากฐานมาจากจิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา การให้สิ่งของช่วยบำรุงกาย ส่วนการให้ธรรมะช่วยบำรุงจิตใจ หากบุคคลสามารถให้ได้ทั้งสองอย่าง ย่อมเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์ให้แก่ทั้งโลกภายนอกและภายในอย่างแท้จริง
การให้ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นมีความสุขเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ให้มีจิตใจเบิกบานอีกด้วย การให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจคือการฝึกตนให้ห่างจากความโลภ ความตระหนี่ และความเห็นแก่ตัว จึงนับได้ว่าทานเป็นประตูแห่งบุญ เป็นการเริ่มต้นแห่งการฝึกจิตใจให้สูงขึ้น และเป็นหนทางสู่ความสงบเย็นในชีวิตอย่างแท้จริง
การให้ธรรมะมีอานิสงส์มากกว่าการให้วัตถุสิ่งของ
แม้การให้วัตถุสิ่งของหรือ อามิสทาน จะเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะช่วยบรรเทาความทุกข์ทางกายของผู้อื่นได้ แต่ ธัมมทาน หรือการให้ธรรมะนั้นมีอานิสงส์สูงกว่า เพราะเป็นการให้ปัญญาและแนวทางแห่งความพ้นทุกข์ ช่วยให้ผู้รับเข้าใจธรรมะ นำไปปฏิบัติ และหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างยั่งยืน.
