สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ.
“ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง”
(ขุ.ธ. 25/63)
ความยินดีในทางโลกเป็นสิ่งไม่เที่ยง
ความยินดีทั้งหลายในโลก เช่น ความยินดีในรูป เสียง กลิ่น รส หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่น่าปรารถนา ล้วนเป็นสิ่งที่ชาวโลกยึดถือว่าเป็นความสุข แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงความสุขชั่วคราว เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลงได้ และสุดท้ายก็ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์เมื่อสูญเสียหรือพลัดพรากจากสิ่งที่รัก
เมื่อใจยึดติดในสิ่งที่ชอบ ย่อมกลายเป็นความหลง ความปรารถนา และความอยากได้ไม่สิ้นสุด เมื่อได้มาแล้วก็กลัวจะเสียไป เมื่อเสียไปก็เกิดความเศร้า ความยินดีในทางโลกจึงเป็นเหมือนเหยื่อล่อที่ทำให้ใจติดอยู่ในวังวนแห่งทุกข์ ไม่สามารถพบความสุขได้อย่างแท้จริง
ความยินดีที่เกิดจากความโลภ ความหลง หรือความใคร่ เป็นความยินดีที่อาศัยอำนาจของกิเลสปรุงแต่งขึ้นมา เป็นสิ่งที่ผิวเผินและชั่วครู่ ไม่ยั่งยืน ดังนั้น ความยินดีเช่นนี้จึงไม่น่าสรรเสริญ เพราะไม่ได้ช่วยให้ใจหลุดพ้นจากความทุกข์ หากแต่ทำให้ติดอยู่ในวังวนของกิเลสยิ่งขึ้น
ความยินดีในธรรมะคือความสุขที่แท้จริง
ตรงกันข้าม ความยินดีในธรรมะคือความยินดีที่เกิดจากปัญญาและความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นความยินดีที่ทำให้ใจสงบเย็น ไม่เร่าร้อนด้วยตัณหา ผู้ที่ยินดีในธรรมะย่อมไม่หวั่นไหวต่อสิ่งภายนอก เพราะเห็นตามความเป็นจริงว่า ทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน
ผู้ที่ยินดีในธรรมะจะหันมาฝึกตนให้เป็นผู้มีศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อขจัดกิเลสและความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่าง ๆ การปฏิบัติตามธรรมนี้เอง ที่จะค่อย ๆ พาใจออกจากความหลงไปสู่ความสว่าง เป็นหนทางแห่งการพ้นทุกข์อย่างแท้จริง
การยินดีในธรรมะคือการเดินตามรอยพระพุทธเจ้า
ผู้ที่น้อมนำธรรมะมาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ย่อมเป็นผู้เดินตามรอยแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะพระองค์ทรงชี้ทางไว้ชัดเจนว่า หนทางแห่งความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การละกิเลส ไม่ใช่การสะสมความสุขทางโลก การยินดีในธรรมะจึงเป็นการก้าวสู่เส้นทางอันประเสริฐ
เมื่อใจมีธรรมะเป็นที่ยินดี ความฟุ้งซ่านและความดิ้นรนย่อมลดลง ผู้มีธรรมในใจย่อมไม่หวั่นไหวต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก สามารถเผชิญทุกสถานการณ์ด้วยความมั่นคง สงบ และอิสระ เพราะความสุขของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอกอีกต่อไป
ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “ความยินดีในธรรม ชนะความยินดีทั้งปวง” เพราะความยินดีในธรรมะเป็นความสุขที่บริสุทธิ์ ไม่ขึ้นอยู่กับสิ่งใดในโลก เป็นความสุขที่ทำให้ใจหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งมวล และเป็นหนทางไปสู่จุดหมายสูงสุดแห่งชีวิต คือ พระนิพพาน ซึ่งเป็นสุขอันประเสริฐยิ่ง.
