โกธสฺส วิสมูลสฺส มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณ
วธํ อริยา ปสํสนฺติ ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจติ.ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก.
(พุทฺธ) สํ.ส. 15/236.
ความโกรธ คือ ความขุ่นเคือง ความเกรี้ยวกราดที่เกิดขึ้นในใจของมนุษย์ เมื่อประสบกับสิ่งที่ไม่ถูกใจ ไม่สมหวัง หรือไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เช่น เมื่อเจอคนที่เคยมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกัน หรือได้ยินคำพูดที่ไม่เข้าหู ความโกรธก็พลันเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
เมื่อความโกรธเกิดขึ้นแล้ว จิตใจของบุคคลจะถูกครอบงำโดยอำนาจของมัน ความโกรธทำหน้าที่เสมือนผู้บงการ สั่งให้กระทำสิ่งต่าง ๆ ตามแรงผลักดันของมัน เช่น ด่าทอผู้อื่น ใช้กำลังทำร้าย หรือแม้กระทั่งสั่งให้ฆ่าฟันกัน ความโกรธจึงเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดการกระทำอันไม่ดีทั้งสิ้น
ผลลัพธ์จากการกระทำภายใต้อำนาจความโกรธ ย่อมไม่อาจนำความสุขมาให้ได้ สุดท้ายต้องประสบกับโทษภัยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะหนักหรือเบา ขึ้นอยู่กับขนาดของการกระทำ และเมื่อวิบากแห่งกรรมนั้นตามมา ย่อมสร้างความทุกข์ใจและความเสียหายแก่ทั้งตนเองและผู้อื่น
ท่านจึงกล่าวว่า ความโกรธมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน หมายความว่า ตอนที่บุคคลแสดงออกด้วยความโกรธ เขาอาจรู้สึกสะใจหรือสาแก่ใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ย่อมต้องประสบกับผลแห่งกรรมที่ตามมา นำมาซึ่งความเสียใจ ความเดือดร้อน และความทุกข์ยากในภายหลัง
อริยชนทั้งหลายย่อมไม่สรรเสริญบุคคลผู้มักโกรธ หรือผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำใจ แต่กลับยกย่องผู้ที่สามารถควบคุมและกำจัดความโกรธได้ เพราะการไม่โกรธนั้นเป็นคุณธรรมที่สูงส่ง และเป็นหนทางไปสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง
คุณธรรมที่จะกำจัดความโกรธได้โดยตรง ก็คือ พรหมวิหาร 4 ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา เมื่อบุคคลบำเพ็ญพรหมวิหารธรรมเหล่านี้ ย่อมจะป้องกันความโกรธไม่ให้เกิดขึ้น และบรรเทาความโกรธที่เกิดขึ้นแล้วได้
เมตตา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข หากบุคคลเจริญเมตตาอยู่เสมอ เขาจะมองผู้อื่นด้วยความหวังดี ไม่คิดร้าย ไม่ปรารถนาให้ใครต้องเดือดร้อน เมื่อประสบเหตุการณ์ที่กระทบใจ เมื่อนึกถึงเมตตาธรรมที่ตนบำเพ็ญ ก็จะเห็นว่าความโกรธนั้นไม่สอดคล้องกับเมตตา ทำให้ใจสงบลงได้
กรุณา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์ ผู้ที่ฝึกใจให้มีความกรุณาอยู่เนือง ๆ ย่อมมองเห็นความลำบากของผู้อื่น และอยากช่วยให้เขาพ้นจากความทุกข์ เมื่อความโกรธเกิดขึ้น หากหวนระลึกถึงคุณธรรมข้อนี้ ก็จะเห็นว่าความโกรธขัดกับความปรารถนาดีที่มีต่อผู้อื่น ทำให้ความโกรธอ่อนกำลังลง
มุทิตา คือความยินดีในเมื่อผู้อื่นได้ดีมีสุข หากบุคคลบำเพ็ญมุทิตาอยู่เป็นประจำ เขาจะชื่นชมและยินดีกับความสำเร็จของผู้อื่น เมื่อใจมีมุทิตา ก็จะไม่เกิดความริษยา ไม่เกิดความเคืองใจ และเมื่อความโกรธผุดขึ้น ก็จะนึกได้ว่าความโกรธขัดกับความพลอยยินดี ทำให้สามารถละความโกรธลงได้
อุเบกขา คือการวางใจเป็นกลาง เข้าใจตามความเป็นจริงว่าทุกสิ่งเป็นไปตามเหตุและปัจจัย ผู้ที่เจริญอุเบกขาย่อมเข้าใจธรรมดาของโลก ไม่หวั่นไหวไปกับสุขหรือทุกข์ เมื่อมีความเข้าใจเช่นนี้ ความโกรธก็ไม่อาจเกิดขึ้น เพราะใจเป็นกลาง ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด
หากบุคคลฝึกพรหมวิหาร 4 อยู่เสมอ ย่อมสามารถควบคุมและกำจัดความโกรธได้ ความโกรธย่อมไม่สามารถเผาผลาญจิตใจให้เร่าร้อนได้อีกต่อไป เมื่อไม่ตกอยู่ใต้อำนาจความโกรธ ก็ไม่ต้องเสียใจภายหลังจากการกระทำชั่วที่เกิดจากความโกรธ และสามารถดำเนินชีวิตด้วยความสงบสุขได้อย่างแท้จริง.
