เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ
เอวํ นินฺทาปสํสาสุ น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา.ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลม ฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหว ในนินทาและสรรเสริญ ฉันนั้น.
(พุทฺธ) ขุ.ธ. 25/25.
คำนินทาและคำสรรเสริญ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิตของมนุษย์ จัดอยู่ในโลกธรรม 8 ประการ อันประกอบด้วย มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และทุกข์ สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาของโลกที่ทุกคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
คำนินทาและคำสรรเสริญถูกเรียกว่า “ของคู่โลก” เพราะไม่มีใครพ้นจากสิ่งเหล่านี้ได้ พระพุทธองค์ตรัสไว้อย่างชัดเจนว่า “นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต” แปลว่า คนที่ไม่ถูกนินทานั้นไม่มีในโลก แม้แต่พระพุทธเจ้า ผู้ประเสริฐเหนือมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย ก็ยังถูกคนพาลนินทา
ในทำนองเดียวกัน ก็ไม่มีใครเลยที่จะไม่ถูกสรรเสริญ แม้แต่เหล่าคนพาลเองยังสรรเสริญกันและกัน ดังนั้นทั้งนินทาและสรรเสริญจึงเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเสมอ จะดีหรือร้าย จะจริงหรือเท็จ ก็ขึ้นอยู่กับผู้พูด แต่ผู้ฟังจำเป็นต้องรู้จักใช้ปัญญาไตร่ตรอง
เมื่อเข้าใจธรรมดาข้อนี้แล้ว บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวไปกับคำนินทาหรือคำสรรเสริญ ไม่เห่อเหิมเพราะคำสรรเสริญ และไม่น้อยเนื้อต่ำใจเพราะคำนินทา หากแต่ใช้สติและปัญญาเป็นเครื่องพิจารณา และนำคำเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง
เมื่อถูกนินทา ผู้เป็นบัณฑิตย่อมไม่โกรธเคือง แต่จะพิจารณาให้เห็นว่า สิ่งที่เขานินทานั้นเป็นจริงหรือไม่ หากเป็นจริง ก็ควรถือเอาเป็นข้อเตือนใจและปรับปรุงแก้ไขตนเองให้ดีขึ้น เพราะการนินทาครั้งนั้นกลายเป็นครูที่ช่วยชี้ข้อบกพร่องให้เห็น
แต่หากคำนินทาที่ได้ยินไม่เป็นความจริง ก็ไม่ควรนำมาทำให้ใจเป็นทุกข์ ควรวางเฉยเสีย และเข้าใจว่า ความบกพร่องนั้นเป็นของผู้ที่นินทาเอง หาใช่ของเราไม่ หากมีโอกาสก็ชี้แจงความจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ไม่ใช่เพราะความเดือดเนื้อร้อนใจ
เมื่อถูกสรรเสริญ ผู้เป็นบัณฑิตก็ไม่หลงระเริงไปกับถ้อยคำเหล่านั้น แต่ใช้ปัญญาพิจารณาว่า สิ่งที่เขาสรรเสริญนั้นเป็นจริงหรือไม่ หากเป็นจริง ก็เพียงรักษาความดีนั้นไว้ให้มั่นคง โดยไม่ต้องยกตนข่มท่านหรือยินดีจนหลงระเริง
หากคำสรรเสริญนั้นไม่ตรงกับความจริง ก็นิ่งเฉยเสีย ไม่ถือเอาเป็นประมาณหรือเป็นความภูมิใจที่ผิด ๆ หากจำเป็นก็อธิบายแก่ผู้สรรเสริญนั้นให้ทราบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับทั้งนินทาและสรรเสริญ คือ “รู้แล้ววางเฉย” ไม่ยินดียินร้าย ไม่ยึดถือตามสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เพราะทั้งสองสิ่งล้วนเป็นเพียงคลื่นลมของโลก หากเราไม่ปล่อยให้ใจไหวตามคลื่นลมนั้น ใจก็ย่อมสงบเย็น
ดังนั้น การปฏิบัติที่ถูกต้อง คือการฝึกตนให้อยู่เหนือคำนินทาและคำสรรเสริญ ใช้สติปัญญาเป็นเครื่องชี้นำชีวิต มิให้โลกธรรมเหล่านี้บงการใจ เมื่อใจไม่หวั่นไหวเพราะนินทาหรือสรรเสริญ จิตย่อมมั่นคงสงบเย็น และสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข.
