กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี อุนฺนฬา จาสมาหิตา น เต ธมฺเม วิรูหนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต.

กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี     อุนฺนฬา จาสมาหิตา
น เต ธมฺเม วิรูหนฺติ         สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต.

คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว.

(พุทฺธ) องฺ.จตุกฺก. 21/34.

พระพุทธศาสนาสอนให้คนเป็นผู้มีความซื่อตรงจริงใจ ดำรงตนด้วยความสัตย์ ไม่คิดหลอกลวงผู้อื่น เพราะความไม่จริงใจเป็นบ่อเกิดแห่งปัญหามากมาย ทั้งทำลายความสัมพันธ์ และกีดกันหนทางสู่ความเจริญในธรรม

ผู้เป็นพุทธสาวก ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ ควรยึดถือคุณธรรมอันดีงามเหล่านี้เป็นหลักประจำใจ ทั้งความซื่อตรง อ่อนน้อมถ่อมตน การพูดจาให้เกิดประโยชน์ และความมั่นคงแห่งจิตใจ เพราะหากละเลยเสีย ย่อมไม่สามารถเจริญงอกงามในพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เลย

ผู้ที่ชอบหลอกลวง ย่อมไม่เป็นที่ไว้วางใจของสังคม ผู้คนทั้งหลายย่อมรังเกียจและหลีกหนี อีกทั้งการโกหกยังเป็นการผิดศีลข้อที่ 4 ซึ่งถือเป็นบาปกรรม คนที่ไม่เคารพในศีล ย่อมขาดรากฐานแห่งความดี และไม่อาจก้าวหน้าในธรรมได้

ผู้ที่เย่อหยิ่งถือตัว มักไม่ยอมฟังคำสอนหรือคำตักเตือนของผู้มีประสบการณ์ คิดว่าตนเองถูกเสมอ และดูแคลนความเห็นของผู้อื่น ความถือตัวเช่นนี้เป็นเครื่องปิดกั้นปัญญา ทำให้ไม่สามารถรับเอาธรรมะเพื่อพัฒนาตนได้ จึงไม่เจริญงอกงามในธรรม

ผู้ที่เพ้อเจ้อ พูดจาไร้สาระ ไม่ก่อประโยชน์ ย่อมทำให้คำพูดของตนเสื่อมค่าลง และยังอาจนำไปสู่วจีทุจริตข้ออื่น ๆ เช่น การโกหก การพูดคำหยาบ หรือการส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อเช่นนี้ ไม่เพียงทำลายความน่าเชื่อถือ แต่ยังเป็นอุปสรรคต่อการเจริญในธรรมด้วย

ผู้ที่ชอบคุยโวโอ้อวด ขี้โม้ หาสาระความจริงไม่ได้ ย่อมก่อให้เกิดโทษแก่ตนเอง เพราะการอวดโอ่เป็นเหตุให้ติดนิสัยพูดโกหก และไร้สาระมากขึ้น การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงทำให้ผู้อื่นเสียศรัทธา แต่ยังทำให้ไม่สามารถก้าวหน้าในธรรมด้วย

ผู้ที่อวดดี คิดว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่น เหนือกว่าคนอื่นในทุกด้าน ย่อมตกอยู่ในความหลงตนอย่างร้ายแรง ความคิดเช่นนี้ปิดกั้นการเรียนรู้ ไม่เปิดโอกาสให้ตนเองได้พัฒนาจากคำสอนหรือคำแนะนำของผู้อื่น คนเช่นนี้จึงไม่สามารถเจริญงอกงามในธรรมได้เลย

ผู้ที่ไม่ตั้งมั่น จิตใจเหลาะแหละ เหยาะแหยะ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ย่อมเป็นคนขาดความรับผิดชอบ ไม่จริงจังในการปฏิบัติธรรม หรือในการดำเนินชีวิต คนที่ไม่มั่นคงเช่นนี้ ก็ไม่อาจบรรลุผลสำเร็จในทางธรรมได้

ดังนั้น ผู้ที่เป็นพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พึงละทิ้งนิสัยที่เป็นโทษเหล่านี้ให้หมดสิ้น ทั้งการหลอกลวง การเย่อหยิ่ง การเพ้อเจ้อ การโอ้อวด การอวดดี และความไม่มั่นคงของจิตใจ เพื่อเปิดทางให้ตนได้มีโอกาสเจริญงอกงามในธรรม

การปฏิบัติธรรมมิใช่เพียงแค่ปฏิบัติอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องปรับแก้พฤติกรรมและข้อบกพร่องของตนเองอย่างจริงจังควบคู่ไปด้วย หากมัวแต่ปล่อยให้นิสัยไม่ดีครอบงำ ย่อมเป็นอุปสรรคขวางกั้นเส้นทางแห่งการบรรลุธรรมได้

ความเจริญงอกงามในธรรมย่อมเกิดขึ้นได้ด้วยความซื่อตรง ความอ่อนน้อมถ่อมตน การพูดจาอันเป็นประโยชน์ และการมีจิตใจมั่นคง เมื่อบุคคลรักษาคุณธรรมเหล่านี้ไว้ ย่อมเป็นทางแห่งความสงบสุขทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

เราท่านทั้งหลาย ผู้เรียกตนว่าเป็นพุทธศาสนิกชน จึงควรเพียรพยายามกำจัดข้อเสียทั้งหลายดังกล่าวแล้วออกไปให้หมดสิ้น เพื่อให้ตนเองพร้อมสำหรับการดำรงอยู่ในพระธรรมวินัย และสามารถเจริญงอกงามในธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อย่างแท้จริง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.