นิทฺทํ น พหุลีกเรยฺย
ชาคริยํ ภเชยฺย อาตาปี
ตนฺทึ มายํ หสฺสํ ขิฑฺฑํ
เมถุนํ วิปฺปชเห สวิภูสํ.ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา ความร่าเริง การเล่น และเมถุน พร้อมเครื่องประดับเสีย.
(พุทฺธ) ขุ.สุ. 25/515., ขุ.มหา. 29/457, 460.
การนอน เป็นการพักผ่อนที่จำเป็นต่อมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย ร่างกายสังขารจะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุขก็ด้วยการนอนหลับพักผ่อนในแต่ละวัน หากปราศจากการนอนหลับแล้ว ร่างกายและจิตใจย่อมเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว การนอนจึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิตประจำวัน
แต่การนอนนั้นต้องรู้จักประมาณ ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป เพราะหากนอนมากเกินไป ย่อมก่อให้เกิดความเกียจคร้านและทำให้เสียเวลาอันมีค่า หากนอนน้อยเกินไป ร่างกายก็อ่อนล้า ไม่อาจประกอบกิจการใด ๆ ได้เต็มกำลัง ส่วนการไม่ยอมนอนเลยย่อมยิ่งก่อให้เกิดโทษใหญ่ ทั้งแก่ร่างกายและจิตใจจนถึงขั้นเจ็บป่วยได้
ในอีกด้านหนึ่ง ความเพียรเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะเป็นผู้ครองเรือนหรือผู้บำเพ็ญธรรมก็ตาม เพราะความเพียรคือพลังขับเคลื่อนให้ชีวิตดำเนินไปได้ ทั้งในด้านกิจการงานเพื่อเลี้ยงชีพและในด้านการปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์
สำหรับผู้ครองเรือน ความเพียรหมายถึงความขยันหมั่นเพียรในการทำงานสุจริต เพื่อยังชีวิตให้ดำรงอยู่ได้ด้วยความไม่เดือดร้อนตนเองและผู้อื่น ส่วนสำหรับผู้ปฏิบัติธรรม ความเพียรหมายถึงความมุ่งมั่นพากเพียรในการบำเพ็ญสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานเพื่อความดับทุกข์โดยสิ้นเชิง
คำว่า ความเพียร ในสุภาษิตนี้ หมายถึงความเพียรอันมุ่งตรงต่อการออกจากทุกข์ ความเพียรที่จะขัดเกลากิเลสให้เบาบางลงและดับไปโดยลำดับ จนบรรลุถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้ในที่สุด
การปฏิบัติสมถกรรมฐานหรือวิปัสสนากรรมฐาน ย่อมต้องอาศัยความเพียรเป็นหลักสำคัญอย่างยิ่ง เพราะหนทางแห่งการดับทุกข์ไม่ใช่วิสัยของผู้เกียจคร้าน แต่เป็นวิสัยของผู้ที่ตั้งใจมั่น มีความพยายาม และไม่ยอมละทิ้งการปฏิบัติกลางคัน ความเพียรจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการบรรลุธรรม
ผู้มีความเพียรย่อมไม่นอนมากเกินไป ควรนอนเพียงเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนพอประมาณเท่านั้น ไม่นอนด้วยอำนาจของความขี้เกียจหรือความต้องการตามกิเลส เพราะการนอนเกินความจำเป็นนั้น เรียกว่า “นอนเพื่อตามใจกิเลส” ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติ
เมื่อบุคคลรู้จักนอนพอดี และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการประกอบความเพียร ย่อมเป็นผู้เสพธรรมเครื่องตื่นอยู่เสมอ คือเป็นผู้ตื่นรู้ ไม่เกียจคร้าน จิตใจย่อมสดใสและพร้อมที่จะเจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรม
นอกจากนั้น ผู้บำเพ็ญเพียรยังต้องละ มายา ให้ได้ คือไม่ควรเป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกล คอยหาข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยงการปฏิบัติธรรม การทำเช่นนั้นเป็นเพียงการหลีกหนีความจริง ไม่อาจนำไปสู่ความเจริญได้
ผู้ปฏิบัติยังต้องละความร่าเริงยินดีไปกับสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์ เช่น การสนุกสนานตามแบบชาวโลก การหมกมุ่นในความบันเทิง หรือความเพลิดเพลินที่ทำให้จิตใจฟุ้งซ่าน สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องทำลายความเพียร ทำให้ห่างไกลจากหนทางแห่งการบรรลุธรรม
อีกทั้งยังต้องละความยินดีในเมถุนและเครื่องประดับทั้งหลาย คือไม่ยินดีในการมีคู่ ไม่ยินดีในการครองเรือน ไม่ยึดติดกับความสุขทางโลก แต่ตั้งใจยินดีอยู่ในพรหมจรรย์ เพื่อการฝึกตนให้เป็นผู้มีคุณธรรมสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป ความเพียรในลักษณะนี้จะช่วยให้การปฏิบัติดำเนินไปได้ด้วยความมั่นคง
เมื่อบุคคลปฏิบัติได้เช่นนี้ คือรู้จักประมาณในการนอน รู้จักปรารภความเพียรอย่างต่อเนื่อง และละเครื่องกีดขวางความเพียรทั้งหลาย ย่อมสามารถบรรลุเป้าหมายแห่งการบำเพ็ญสมณธรรมได้ในที่สุด นั่นคือการถึงความสิ้นทุกข์และเข้าถึงความสงบอย่างแท้จริง.
