ขนฺติ สาหสวารณา.
“ความอดทน ห้ามไว้ได้ซึ่งความผลุนผลัน”
(ว.ว.)
ความผลุนผลัน หมายถึง การรีบเร่งในการกระทำโดยขาดความยั้งคิด ขาดการพิจารณาด้วยสติและปัญญา เป็นการตัดสินใจที่ทำไปเพราะความรีบร้อน คิดเร็วทำเร็วโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้รอบคอบ จึงมักนำมาซึ่งความผิดพลาดได้ง่าย
นิสัยผลุนผลันมักทำให้งานที่ทำออกมาไม่ละเอียดรอบคอบ เพราะไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า ไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัด การทำแบบรีบ ๆ จึงทำให้มองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่สำคัญ ซึ่งบางครั้งสิ่งเล็กน้อยเหล่านี้อาจเป็นตัวกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของงานได้
การด่วนคิดด่วนทำยังแสดงถึงการขาดสติ ไม่สามารถควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม ผลคือไม่เพียงแต่งานจะขาดคุณภาพเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างผลเสียตามมาภายหลัง ทั้งในเรื่องเวลา ทรัพยากร และความสัมพันธ์กับผู้อื่น
ในทางตรงกันข้าม หากบุคคลมีความอดทน อดกลั้น และรู้จักรอคอย ย่อมช่วยให้ไม่ด่วนตัดสินใจเกินไป ความอดทนทำให้เรามีเวลาพิจารณาเหตุผล มีโอกาสใช้ปัญญาชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียก่อนลงมือทำ และช่วยให้การตัดสินใจนั้นมีคุณภาพมากขึ้น
ขันติ หรือความอดทน ถือเป็นคุณธรรมสำคัญที่จะช่วยป้องกันความผลุนผลันได้ เพราะขันติเป็นเสมือนตัวกำกับใจไม่ให้รีบร้อนเกินไป เมื่อมีเหตุการณ์เร่งด่วนหรือกดดัน ขันติจะช่วยให้เราหยุดคิดก่อนลงมือทำ ไม่ปล่อยให้อารมณ์ผลักดันให้ตัดสินใจอย่างไม่รอบคอบ
งานใด ๆ ที่ทำด้วยขันติ ย่อมออกมาด้วยความละเอียดรอบคอบและมีคุณภาพสูงกว่า เพราะเมื่อเรามีความอดทน เราจะสามารถตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดได้ก่อนที่จะสายเกินไป งานที่ผ่านการพิจารณาด้วยใจที่สงบและไม่ผลุนผลัน จึงมักจะบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย
นอกจากการป้องกันความผิดพลาดในงานแล้ว ขันติยังมีอุปการะต่อการปฏิบัติธรรม เพราะความอดทนคือปราการด่านแรกที่ช่วยระงับกิเลสไม่ให้ครอบงำจิตใจ เช่น ความโกรธ ความโลภ หรือความหลง เมื่อขันติเกิดขึ้น กิเลสย่อมไม่สามารถบงการให้เราทำผิดได้ง่าย
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ขันติไม่เพียงเป็นคุณธรรมที่ช่วยเผาผลาญกิเลสเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและการทำงานทุกอย่างด้วย งานที่ทำด้วยขันติ ย่อมมีคุณภาพ มีความมั่นคง และมีโอกาสบรรลุผลสำเร็จได้ดีกว่างานที่ทำด้วยความผลุนผลันโดยขาดความรอบคอบ.
