อนวสฺสุตจิตฺตสฺส อนนฺวาหตเจตโส ปุญฺญปาปปหีนสฺส นตฺถิ ชาครโต ภยํ.

อนวสฺสุตจิตฺตสฺส        อนนฺวาหตเจตโส
ปุญฺญปาปปหีนสฺส     นตฺถิ ชาครโต ภยํ.

ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย.

(พุทฺธ) ขุ.ธ. 25/20.

คำว่า “ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่” หมายถึงพระอรหันต์ ผู้สิ้นอาสวกิเลสโดยเด็ดขาด เพราะท่านตัดราคะได้ขาดสิ้น ชำระโทสะได้หมดจด และกำจัดโมหะได้อย่างสิ้นเชิง

พระอรหันต์จึงเป็นผู้ที่ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพหน้าอีกต่อไป บุญและบาปที่เคยเป็นเครื่องนำสัตว์ทั้งหลายให้ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏนั้น ไม่อาจตามไปให้ผลแก่ท่านได้อีก เพราะท่านตัดกระแสแห่งการเกิดใหม่สิ้นแล้ว

คำว่า “ตื่นอยู่” หมายถึง ตื่นจากอวิชชา คือความไม่รู้ในอริยสัจ 4 พระอรหันต์เป็นผู้รู้แจ้งในทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค รู้ชัดตามความเป็นจริง จึงเป็นผู้ตื่นจากความมืดแห่งอวิชชาโดยสิ้นเชิง

ส่วนคำว่า “ไม่มีภัย” หมายถึง ไม่มีภัยคือกิเลสคอยกระทบจิตอีกต่อไป เพราะจิตของพระอรหันต์พ้นแล้วจากราคะ โทสะ และโมหะ อันเป็นภัยใหญ่ที่ก่อให้เกิดบาปกรรมทั้งปวง

ไม่มีภัยอีกอย่างหนึ่งก็คือ การไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร พระอรหันต์พ้นแล้วจากการเกิดใหม่ ไม่ต้องมารับวิบากแห่งกรรมอีกต่อไป ภัยคือการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ย่อมดับไปโดยสิ้นเชิง

สัตว์โลกทั้งหลายยังไม่สิ้นกิเลส ย่อมตกอยู่ในอำนาจของภัยใหญ่คือราคะ โทสะ และโมหะ กิเลสเหล่านี้ผลักดันให้ทำบาปทำกรรมต่าง ๆ นานา เมื่อทำกรรมแล้วก็ต้องเสวยผลกรรม ต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏไม่รู้จบสิ้น

การเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏนั้นเต็มไปด้วยทุกข์ ทั้งทุกข์ทางกายและทุกข์ทางใจ ทุกข์เพราะความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ทุกข์เพราะความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก และทุกข์เพราะการต้องประสบสิ่งที่ไม่พอใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นภัยใหญ่ของชีวิตทั้งสิ้น

หนทางเดียวที่จะกำจัดภัยใหญ่นี้ได้ คือการดำเนินตามอริยมรรคมีองค์ 8 ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ ซึ่งเป็นหนทางตรงที่จะนำไปสู่ความดับทุกข์

โดยเฉพาะการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน อันเป็นวิธีฝึกจิตให้เห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริงตามกฎไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน การเห็นตามจริงนี้เองจะทำให้เกิดปัญญาอันสามารถทำลายกิเลสให้สิ้นไป

ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จงหมั่นเพียรปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ฝึกตนให้เป็นผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจที่โทสะไม่กระทบ ค่อย ๆ ละบาปและบุญจนหมดสิ้น เพื่อเป็นผู้ตื่น ผู้พ้นภัยทั้งปวง และเข้าถึงพระนิพพานอันเกษมจากโยคะโดยเร็วเถิด.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.