อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ ปริปุณฺณํ สุภาวิตํ ยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ.

อปฺปมาณํ หิตํ จิตฺตํ     ปริปุณฺณํ สุภาวิตํ
ยํ ปมาณํ กตํ กมฺมํ      
 น ตํ ตตฺราวสิสฺสติ.

จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.

(อรกโพธิสตฺต) ขุ.ชา.ทุก. 27/59.

ธรรมชาติของจิตมนุษย์นั้น มักจะไหลลงสู่ที่ต่ำ เปรียบเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยไหลขึ้นสูงได้เอง จิตจึงมักรักสุข เกลียดทุกข์ และคอยแสวงหาอารมณ์ที่น่าปรารถนา น่าพอใจอยู่เสมอ

เมื่อจิตตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จึงดิ้นรนขวนขวายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่น่าใคร่น่าพอใจ โดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ ความดีความชั่ว ผลดีผลเสียใด ๆ เลย เป็นเหตุให้หลงทางและสร้างบาปอกุศลตามมา

พระพุทธศาสนาจึงสอนให้พุทธศาสนิกชนอบรมจิต เพื่อดัดแปลงธรรมชาติที่ไหลลงต่ำ ให้กลายเป็นจิตที่เกื้อกูล เป็นจิตที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง ประโยชน์แก่ผู้อื่น และประโยชน์อย่างสูงสุดคือการเข้าถึงพระนิพพาน

จิตที่เกื้อกูลแก่ตน คือจิตที่ทำให้เจ้าของมีความสุข ความสงบ มีสติปัญญา ไม่ถูกกิเลสครอบงำฉุดดึงให้ตกต่ำ และจิตที่เกื้อกูลแก่ผู้อื่น คือจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตาและกรุณา ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข และช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความทุกข์

การฝึกจิตให้ประกอบด้วยเมตตา หมายถึงการมีใจปรารถนาดีต่อผู้อื่น อยากให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญ ส่วนการฝึกจิตให้ประกอบด้วยกรุณา หมายถึงการมีใจอ่อนโยน สงสาร อยากช่วยเหลือให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์

นอกจากเมตตาและกรุณาแล้ว พระพุทธศาสนายังสอนให้พุทธศาสนิกชนฝึกจิตให้บริบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ และปัญญา เพราะสิ่งเหล่านี้คือเครื่องชำระกาย วาจา ใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์ และเป็นหนทางไปสู่ความพ้นทุกข์โดยตรง

การรักษาศีล ย่อมทำให้กายและวาจาเรียบร้อย ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น การฝึกสมถกรรมฐาน ย่อมทำให้จิตสงบมั่นคง ไม่ฟุ้งซ่านหวั่นไหว ส่วนการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ย่อมทำให้เกิดปัญญาเห็นความจริงตามธรรมชาติ และทำลายกิเลสได้

ผู้ที่หมั่นอบรมจิตด้วยวิธีดังกล่าว ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีจิตที่เกื้อกูลและบริบูรณ์ดี เป็นผู้มีจิตอันอบรมแล้ว ไม่เป็นทาสของกิเลส สามารถใช้จิตที่ผ่องใสนำพาชีวิตไปในทางที่ถูกต้องและสูงส่ง

เมื่อจิตได้รับการอบรมอย่างสมบูรณ์ จิตนั้นย่อมหาประมาณมิได้ มีพลังอันยิ่งใหญ่ สามารถตัดกรรมทั้งหลายได้ตามกำลังแห่งความบริบูรณ์ของจิต และพร้อมที่จะก้าวพ้นจากวัฏฏะแห่งการเวียนว่ายตายเกิด

ที่สุดแล้ว เมื่อจิตได้รับการฝึกอบรมจนบริบูรณ์เต็มร้อย สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้ ก็ย่อมเป็นการตัดกรรมทั้งปวงอย่างสิ้นซาก พร้อมทั้งตัดภพตัดชาติ ทำลายกองทุกข์และวัฏสงสารได้อย่างสิ้นเชิง นับเป็นความเกษมอันแท้จริง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.