สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถ กามนิปาตินํ
จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ.ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ (เพราะว่า) จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้.
(พุทฺธ) ขุ.ธ. 25/19.
ธรรมชาติของจิตโดยทั่วไป คือความวอกแวก ซัดส่าย ไม่อยู่กับที่ เหมือนกับลิงที่ไม่อาจอยู่เฉย กระโดดจากต้นไม้ต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่งเสมอ ๆ จิตของเราก็เช่นเดียวกัน ไม่อาจตั้งมั่นอยู่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ง่าย ๆ
นอกจากความวอกแวกแล้ว จิตยังมีสภาพที่ละเอียดอ่อน สามารถหวั่นไหวไปตามสิ่งเร้าภายนอกได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมักตกไปในอารมณ์ต่ำ ๆ ที่น่าใคร่ น่าพอใจ เช่น รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และธรรมารมณ์ทั้งหลาย ซึ่งล้วนเป็นช่องทางให้กิเลสเข้ามาครอบงำจิตได้ง่าย
เมื่อจิตไม่ได้รับการคุ้มครองหรือขาดหลักธรรมมาควบคุม ย่อมปล่อยตัวปล่อยใจให้ซัดส่ายไปตามอารมณ์ต่าง ๆ ตามอำเภอใจ และโดยมากก็เป็นอารมณ์ที่ต่ำ จึงเป็นเหตุให้จิตชักนำบุคคลให้กระทำในสิ่งที่ผิดพลาด
เมื่อกิเลสเข้ามาครอบงำ จิตก็จะสั่งการให้บุคคลกระทำกรรมชั่วช้าลามกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมย การพูดเท็จ การเบียดเบียนผู้อื่น หรือการประพฤติผิดศีลธรรมด้านอื่น ๆ ทั้งหมดนี้ล้วนมีจิตเป็นตัวบงการทั้งสิ้น
ผลลัพธ์ของการปล่อยให้จิตซัดส่ายไปตามอำนาจกิเลส ก็คือ บุคคลนั้นจะต้องประสบกับผลแห่งกรรมชั่วที่ตนเองได้ก่อขึ้น ไม่อาจโทษผู้อื่นได้ เพราะเป็นผลตรงจากการปล่อยให้จิตของตนทำหน้าที่เป็นนายโดยไม่มีธรรมะควบคุม
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาจึงเน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติต้องหมั่นรักษาจิต คุ้มครองจิต ด้วยการน้อมนำหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาเป็นกรอบควบคุม เพื่อป้องกันไม่ให้จิตตกไปสู่อำนาจของกิเลส
การฝึกจิตให้อยู่ในกรอบแห่งศีลธรรมอันดีงาม คือการทำให้จิตตั้งมั่น ไม่วอกแวก ไม่ปล่อยให้กิเลสบงการ การรักษาศีล การเจริญสมาธิ และการเจริญปัญญา ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้จิตอยู่ในกรอบแห่งความถูกต้อง
เมื่อจิตได้รับการอบรมด้วยศีลธรรม ย่อมกลายเป็นจิตที่ดี มีคุณธรรม คุ้มครองตนเองจากการก่อกรรมชั่ว และเป็นกำลังภายในที่นำพาชีวิตไปสู่ความสุขและความสงบ
จิตที่ได้รับการฝึกดีแล้ว ย่อมสั่งการให้กายกระทำแต่สิ่งที่ดีงาม เกื้อกูลทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน การช่วยเหลือ การพูดวาจาที่ไพเราะไม่หยาบคาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการฝึกจิตให้อยู่ในศีลธรรมทั้งสิ้น
ท้ายที่สุด บุคคลที่สามารถรักษาจิตให้อยู่ในกรอบแห่งธรรมะ ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้มีกุศล เป็นผู้ห่างไกลจากกิเลส ผลคือมีจิตใจผ่องใส เบิกบาน เป็นเหตุให้กาย วาจา ใจ ประกอบแต่กรรมอันดีงาม อันจะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ ทั้งในโลกนี้และโลกหน้าอย่างแท้จริง.
