สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน
อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา น หเนยฺย น ฆาตเย.สัตว์ทั้งปวง หวาดต่ออาชญา ล้วนกลัวต่อความตาย ควรทำตนให้เป็นอุปมาแล้ว ไม่ฆ่าเขาเอง ไม่พึงให้ผู้อื่นฆ่า.
(พุทฺธ) ขุ.ธ. 25/32.
สัตว์โลกทั้งหลายย่อมรักตัวกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ต่างๆ ต่างก็ปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างสงบสุข ไม่มีใครอยากเผชิญกับความเจ็บปวดหรือความตาย ความรักชีวิตและความต้องการความปลอดภัยจึงเป็นธรรมชาติที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของทุกชีวิต
ทุกชีวิตต่างต้องการใช้เวลาที่มีอยู่บนโลกนี้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ไม่มีใครปรารถนาการเบียดเบียนเข่นฆ่าหรือการทำร้ายกัน ตรงกันข้าม ทุกคนย่อมต้องการได้รับความเมตตา กรุณา และความปรานีจากผู้อื่น เพื่อให้ตนเองอยู่ได้อย่างอบอุ่นใจและปราศจากภัยอันตราย
พระพุทธเจ้าทรงเล็งเห็นธรรมชาติแห่งความรักชีวิตนี้ จึงได้บัญญัติศีลข้อแรกคือ “ปาณาติปาตา เวรมณี” หมายถึงเจตนางดเว้นจากการทำสัตว์ที่มีชีวิตให้ตกล่วงไป หรือพูดให้ง่ายคือการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ศีลข้อนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้มนุษย์มีเมตตาต่อกัน และขยายเมตตานั้นไปสู่สัตว์โลกทั้งปวง
การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่เพียงเป็นการป้องกันความทุกข์แก่ผู้อื่น แต่ยังเป็นการป้องกันตนเองจากการสั่งสมบาปกรรม เพราะเมื่อเราเบียดเบียนผู้อื่น ผลกรรมย่อมย้อนกลับมาสู่ตัวเราในที่สุด การเคารพในชีวิตผู้อื่นจึงเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันชีวิตเราเองด้วย
ลองคิดดูว่า ตัวเราเองรู้สึกอย่างไรต่อความตาย เรากลัวการถูกลงโทษ ถูกทำร้าย หรือถูกเข่นฆ่าหรือไม่ คำตอบย่อมชัดเจนว่าไม่มีใครปรารถนาสิ่งเหล่านี้ เช่นเดียวกัน ทุกชีวิตไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับเรา
เมื่อเรานำใจเขามาใส่ใจเรา พิจารณาดูว่า แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่ต้องการความตายหรือการถูกเบียดเบียน ก็จะเข้าใจได้ทันทีว่า ผู้อื่นก็รักตัวกลัวตายไม่ต่างกัน ความเข้าใจเช่นนี้จะช่วยให้เรามีเมตตาและกรุณาต่อชีวิตของผู้อื่นมากขึ้น
ดังนั้น เมื่อเรามีสติรู้เท่าทันใจตนเองแล้ว ก็ควรตั้งปณิธานที่จะงดเว้นจากการเบียดเบียนชีวิตผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าด้วยตนเอง หรือการใช้ให้ผู้อื่นฆ่า เพราะแม้เราจะไม่ได้ลงมือเอง แต่การใช้ให้ผู้อื่นทำก็มีบาปและผลกรรมเท่าเทียมกัน
หากทุกคนในโลกนี้ตระหนักถึงหลักการนี้และปฏิบัติอย่างจริงจัง การเบียดเบียนเข่นฆ่าก็จะลดลงอย่างมาก เมื่อเราไม่เบียดเบียนเขา เขาก็จะไม่เบียดเบียนเรา ความสัมพันธ์ระหว่างกันก็จะเปลี่ยนจากความหวาดระแวงเป็นความไว้เนื้อเชื่อใจ
สังคมที่ทุกคนมีเมตตาต่อกันเช่นนี้ จะเต็มไปด้วยความปลอดภัยและความอบอุ่นใจ มนุษย์จะอยู่ร่วมกันอย่างเคารพในสิทธิ์และชีวิตของกันและกัน ทำให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปอย่างสงบสุข
พระพุทธศาสนาจึงเน้นย้ำให้การรักษาศีลข้อแรกเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิต เพราะหากขาดความเคารพในชีวิตผู้อื่น ความสงบสุขที่แท้จริงก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ การเมตตาจึงไม่ใช่เพียงความรู้สึก แต่เป็นการปฏิบัติจริงต่อกันในชีวิตประจำวัน
เมื่อทุกคนหยุดการเบียดเบียน โลกย่อมจะมีบรรยากาศแห่งความเมตตากรุณา ความกลัว ความโกรธ และความเกลียดชังก็จะค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความปรารถนาดีที่ส่งต่อถึงกันอย่างไม่ขาดสาย
หากเราทุกคนยึดถือหลัก “ไม่เบียดเบียน” และมีหัวใจที่เปี่ยมด้วยเมตตา โลกของเราย่อมจะกลายเป็นสถานที่ที่สงบสุขอย่างแท้จริง ไม่มีความรุนแรง ไม่มีการฆ่าฟัน มีแต่ความปรองดอง และความสุขที่ยั่งยืนสำหรับทุกชีวิตบนโลกนี้.
