สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย “สภาวธรรมทั้งปวง ไม่ควรถือมั่น”
สภาวธรรมทุกอย่าง ตกอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์อย่างนี้ ความสุข ก็ไม่แน่นอน เกิดขึ้นได้ ตั้งอยู่ไม่นาน สุดท้ายก็ดับไป ความทุกข์ก็เช่นกัน
สภาวธรรมทุกอย่าง ตกอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์อย่างนี้ ความสุข ก็ไม่แน่นอน เกิดขึ้นได้ ตั้งอยู่ไม่นาน สุดท้ายก็ดับไป ความทุกข์ก็เช่นกัน
มีผู้ปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมากที่ปฏิบัติธรรมแล้วไม่ได้ผล นั่นก็เป็นเพราะปฏิบัติโดยขาดการแนะนำ หรือปฏิบัติธรรมไม่ถูกกับจริตของตัวเองนั่นเอง
ต้องใช้สติปัญญาประกอบกับการประพฤติธรรม ไม่ประมาท ประพฤติอย่างมีหลัก ไม่ใช่สักแต่ว่าทำไปเฉย ๆ ไม่มีหลักมีเกณฑ์ ถ้าทำเช่นนั้น
หากไม่มีพระสัทธรรมแล้ว เราย่อมขาดหลักยึดในการดำรงชีวิต ใช้ชีวิตแบบไร้ปัญญา คงไม่ต่างอะไรกับกระบือตาบอดที่เดินอยู่ในป่า ไม่มีปัญญา
ธรรมที่ควรละก็คือธรรมดำ ได้แก่อกุศลธรรมนั่นเอง เพราะอกุศลธรรมนั้น เมื่อทำแล้วย่อมก่อความฉิบหายให้ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นด้วย
ธรรมฝ่ายดีหรือกุศลธรรม เมื่อใครประพฤติตามแล้ว ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและคนรอบข้าง สร้างความสุขความเจริญให้แก่ตนเอง
ผู้ใดสอนธรรมแก่คนปฏิบัติไม่ถูก ถ้าเขาทำตามคำของผู้นั้น จะไม่ไปสู่ทุคติ.
ผู้มีปัญญาทราม มีจิตใจกระด้าง ถึงฟังคำสอนของพระชินเจ้า ก็ยังห่างไกลจากพระสัทธรรม เหมือนดินกับฟ้า.
กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล และคนงานชั้นต่ำ ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในสวรรค์ชั้นไตรทิพย์.
คนมีตัณหาเป็นเพื่อน ท่องเที่ยวอยู่ช้านาน ไม่ล่วงพ้นสงสาร ที่กลับกลอกไปได้.
เขากล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน และฝั่งทะเลก็ไกลกัน แต่ธรรมของสัตบุรุษกับของอสัตบุรุษ ไกลกันยิ่งกว่า.
ผู้ไม่คดโกง ไม่พูดเพ้อ มีปรีชา ไม่หยิ่ง มีใจมั่นคง นั้นแล ย่อมงดงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงแล้ว.
ผู้ถูกราคะย้อม ถูกกองมืด (อวิชชา) ห่อหุ้มแล้ว ย่อมไม่เห็นธรรมสำหรับฝืนใจอันละเอียดลออ ลึกซึ้ง ซึ่งเห็นได้ยาก.
เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้.
ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารี ผู้นั้นย่อมห่างจากพระสัทธรรม เหมือนฟ้ากับดินฉะนั้น.
ชนเหล่าใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว ชนเหล่านั้น จักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก.
ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์ ผู้นั้น พึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม 3 อย่าง.
ผู้ใดฟังธรรมแม้น้อย ย่อมเห็นธรรมด้วยกาย ผู้ใดไม่ประมาทธรรม ผู้นั้นแล ชื่อว่าผู้ทรงธรรม.
ควรเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย จะเห็นอรรถแจ่มแจ้งได้ด้วยปัญญา ความหลุดพ้นแห่งใจย่อมมี เหมือนไฟดับ.
ท่านผู้ดับไปแล้ว (คือปรินิพพานแล้ว) ไม่มีประมาณ จะพึงกล่าวถึงท่านด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี เมื่อธรรมทั้งปวง (มีขันธ์เป็นต้น) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง (ว่าผู้นั้นเป็นอะไร) ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด.
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไปเพราะสิ่งนั้น ๆ.