โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ ปจฺฉา กิจฺเจ สมุปฺปนฺเน กตฺตารํ นาธิคจฺฉติ.

โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ     กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ
ปจฺฉา กิจฺเจ สมุปฺปนฺเน     กตฺตารํ นาธิคจฺฉติ.

ผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่ไม่สำนึกถึง (บุญคุณ) เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้.

(โพธิสตฺต) ขุ.ชา.เอก. 27/29.

คนที่ไม่รู้บุญคุณคน คือผู้ที่ไม่ตระหนักถึงความดี ความช่วยเหลือ หรือการเสียสละที่ผู้อื่นได้มอบให้ ไม่ว่าจะเป็นบุพการี ญาติพี่น้อง เพื่อน หรือแม้แต่คนแปลกหน้าที่มีน้ำใจช่วยเหลือในยามตกทุกข์ได้ยาก ผู้ที่ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณนี้ เรียกว่า คนอกตัญญู หรือ คนเนรคุณ ซึ่งเป็นลักษณะที่บัณฑิตทั้งหลายต่างติเตียน และคนส่วนมากในสังคมไม่สรรเสริญ มีแต่ติฉินนินทา

คนอกตัญญูนั้น แม้ในยามปกติอาจไม่เห็นผลเสียของการกระทำของตนเอง แต่เมื่อใดที่เกิดความเดือดร้อนหรือมีปัญหาหนักในชีวิต จะพบว่ามีคนยื่นมือมาช่วยเหลือน้อยมากหรือไม่มีเลย เพราะผู้คนเห็นว่าการช่วยเหลือเขาเป็นเรื่องสูญเปล่า เนื่องจากเขาไม่เคยเห็นค่าของความช่วยเหลือนั้น

เมื่อไม่มีใครอยากช่วยเหลือ เวลาประสบความทุกข์ยาก คนเนรคุณก็ย่อมจะไร้ที่พึ่ง ไม่มีคนคอยให้กำลังใจหรือช่วยแก้ปัญหา ผลแห่งความไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณนี้ จึงย้อนกลับมาสร้างความทุกข์ยากแก่เจ้าตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในทางตรงกันข้าม ความกตัญญูกตเวที คือคุณธรรมที่คนดีและบัณฑิตยกย่อง เป็นการรู้จักบุญคุณและตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ แม้ไม่สามารถตอบแทนได้เท่ากับที่เคยได้รับมา แต่ก็พยายามอย่างเต็มกำลังที่จะทำให้ผู้มีพระคุณนั้นได้รับความสุขใจ

เราทุกคนจึงควรให้ความสำคัญต่อความเป็นคนกตัญญู อย่ามัวคิดเพียงว่าจะได้อะไรจากผู้อื่น แต่ต้องคิดด้วยว่าเราจะทำอะไรเพื่อตอบแทนได้บ้าง ความกตัญญูไม่เพียงเป็นคุณธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสายใยแห่งความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้คนผูกพันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

เราควรระลึกเสมอว่า ใครคือผู้ที่เคยยื่นมือมาช่วยเราในยามลำบาก ใครที่เคยให้คำแนะนำ ให้กำลังใจ หรือเสียสละเพื่อเรา บุคคลเหล่านี้ควรถูกเก็บไว้ในใจอย่างไม่ลืมเลือน และเมื่อถึงเวลาที่เขาเหล่านั้นเดือดร้อน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่ เราก็ควรเร่งรีบช่วยเหลือตามกำลังที่เรามี

การช่วยเหลือผู้มีพระคุณ แม้เพียงเล็กน้อย ก็เป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจและความจริงใจที่จะตอบแทน การกระทำเช่นนี้มักสร้างความประทับใจและทำให้ผู้มีคุณเห็นคุณค่าของเรา และพร้อมจะช่วยเหลือเรากลับเมื่อเราประสบปัญหา

ในสังคมที่ผู้คนมีความกตัญญู จะเกิดวัฒนธรรมแห่งการเกื้อกูลกันอย่างต่อเนื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชนจะเหนียวแน่นขึ้น ทำให้เกิดความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต

ตรงกันข้าม หากสังคมเต็มไปด้วยคนเนรคุณ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันก็จะค่อยๆ ลดลง เพราะไม่มีใครอยากทุ่มเทให้กับผู้ที่ไม่เห็นค่า ในที่สุดสังคมก็จะเต็มไปด้วยความเฉยเมยและขาดความอบอุ่น

ความกตัญญูจึงเป็นเสมือนประตูเปิดทางสู่มิตรภาพและความช่วยเหลือเกื้อกูล ส่วนความเนรคุณก็เป็นกำแพงกั้นที่ทำให้เราโดดเดี่ยวและไร้ที่พึ่งเมื่อยามลำบาก

ดังนั้น การรู้จักสำนึกในบุญคุณและพยายามตอบแทนบุญคุณเท่าที่ทำได้ จึงเป็นการสร้างเครือข่ายของมิตรภาพและความเมตตา ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นอุปการคุณแก่เราตลอดชีวิต

ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวที ย่อมเป็นที่รักและได้รับความนับถือจากคนรอบข้างเสมอ และเมื่อเขาตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบาก ก็จะมีผู้พร้อมใจยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ลังเล เพราะรู้ว่าความช่วยเหลือนั้นจะไม่สูญเปล่า และจะได้รับการตอบแทนด้วยน้ำใจเช่นกัน.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.