ททมาโน ปิโย โหติ “ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก”

ททมาโน ปิโย โหติ.

“ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก”

(องฺ.ปญฺจก. 22/44)

ผู้ให้ คือ ผู้ที่มีจิตใจเสียสละ ยินดีสละสิ่งของหรือผลประโยชน์ของตนเพื่อผู้อื่น โดยมีจิตใจที่บริสุทธิ์ โอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การให้ของเขาเกิดจากความเมตตา ความศรัทธา และความปรารถนาดีต่อผู้อื่น เป็นการช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก เป็นการบูชาคุณผู้มีพระคุณ หรือเป็นการสร้างบุญกุศลพอกพูนบารมีให้แก่ตนเอง

การให้ถือเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง เพราะต้องต่อสู้กับ “ความตระหนี่ถี่เหนียว” ที่แฝงอยู่ในใจของคนทุกคน การจะสละสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ตนรักหรือหวงแหนไปให้ผู้อื่นนั้น ต้องอาศัยจิตใจที่เข้มแข็งและเต็มไปด้วยความเมตตา บุคคลที่มั่งมีร่ำรวยใช่ว่าจะให้ได้เสมอไป หากขาดความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ก็ย่อมไม่สามารถที่จะให้สิ่งใด ๆ แก่ใครได้

การให้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฐานะทางทรัพย์สิน แต่ขึ้นอยู่กับ “จิตใจที่ยินดีในการให้” ผู้มีจิตใจกว้าง ย่อมสามารถให้ได้แม้จะมีเพียงเล็กน้อย ส่วนคนใจแคบ ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ถึงจะมีมากก็ไม่สามารถให้ได้

พระพุทธองค์ทรงจำแนกการให้ไว้เป็น 2 ประเภท คือ “อามิสทาน” และ “ธรรมทาน” อามิสทาน คือการให้วัตถุสิ่งของ เช่น เงิน ทรัพย์ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม หรือสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ส่วนธรรมทาน คือการให้ธรรมะ ความรู้ หรือคำแนะนำอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น เพื่อให้เขาได้เห็นทางสว่างทางใจ และพ้นจากความทุกข์

ผู้ที่มีทรัพย์มากอาจช่วยเหลือผู้อื่นด้วยอามิสทาน ส่วนผู้ที่มีความรู้ มีธรรมะในใจ ย่อมสามารถให้ธรรมทานได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ในรูปแบบใด หากทำด้วยจิตบริสุทธิ์ ล้วนถือเป็นทานอันประเสริฐ เพราะช่วยสร้างความสุขทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับ ทำให้โลกนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ผู้ให้ไม่ว่าจะให้อามิสหรือธรรมะ ย่อมเป็นที่รักของผู้รับเสมอ เพราะการให้คือการสงเคราะห์และเกื้อกูลกันในทางที่ดี ผู้รับเมื่อได้รับสิ่งของหรือคำแนะนำอันเป็นประโยชน์ ย่อมเกิดความซาบซึ้งใจและความรักในผู้ให้ ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงแน่นแฟ้นและงอกงาม

นอกจากนี้ การให้ยังเป็นเครื่องผูกไมตรี สร้างมิตรภาพ และสันติสุขในสังคม เพราะผู้ให้ย่อมได้รับความไว้วางใจ ความเคารพ และความเมตตาตอบกลับมา การให้จึงเป็นการเชื่อมโยงหัวใจของมนุษย์เข้าด้วยกัน ด้วยความเข้าใจและความปรารถนาดีต่อกัน

ดังนั้น ผู้ให้คือผู้มีจิตใจประเสริฐ เพราะกล้าที่จะสละสิ่งของด้วยความเต็มใจ และสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ การให้ไม่เพียงทำให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ แต่ยังทำให้จิตใจของผู้ให้สงบ เยือกเย็น และเปี่ยมสุข การให้จึงเป็นการสั่งสมบุญกุศล และเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในการสร้างมิตรภาพ ทำให้ตนกลายเป็นผู้รักของผู้คนทั้งหลายด้วย.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.