มนาปทายี ลภเต มนาปํ.
“ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ”
(องฺ.ปญฺจก. 22/55)
การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ แต่ในบรรดาการให้ทั้งหลาย “การให้ของที่ชอบใจ” ถือเป็นทานที่ประณีตและมีอานิสงส์มาก ผู้ให้ของที่ชอบใจ หมายถึง ผู้ที่มอบสิ่งที่ยังความปีติและความยินดีให้แก่ผู้รับ ทำให้ผู้รับเกิดความปลาบปลื้ม ดีใจ และรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของผู้ให้ เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เขาปรารถนาและถูกใจอย่างแท้จริง
การให้ของที่เป็นที่ชอบใจของผู้รับ ไม่ได้ก่อให้เกิดความสุขเฉพาะฝ่ายผู้รับเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ผู้ให้เองมีความสุขใจอย่างลึกซึ้งด้วย เพราะได้เห็นรอยยิ้ม ความยินดี และคำขอบคุณจากผู้รับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือผลตอบแทนทางใจที่มีค่ากว่าทรัพย์สินใด ๆ การให้ที่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อและเมตตาเช่นนี้ จึงก่อให้เกิดปีติทั้งสองฝ่าย
ในทางธรรม การให้ของที่ชอบใจถือเป็น “ทานอันประณีต” เพราะมีความตั้งใจที่จะให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้อื่น ผู้ให้พิจารณาถึงความต้องการของผู้รับ เหมือนพ่อแม่ที่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกด้วยความรัก ความตั้งใจเช่นนี้ย่อมสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่
ผู้ให้ของที่ชอบใจ ย่อมได้รับผลแห่งทานอย่างหาประมาณมิได้ เพราะในขณะที่ให้ จิตใจย่อมเปี่ยมไปด้วยความสุข ความปีติ และความเต็มใจ การให้ด้วยใจที่เต็มไปด้วยเมตตาและความปรารถนาดี ย่อมส่งผลให้ชีวิตเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าชอบใจเช่นเดียวกัน เพราะกรรมย่อมให้ผลตามเหตุนั่นเอง
ตรงกันข้าม หากผู้ให้เลือกให้ของที่ไม่น่าชอบใจ เช่น ของเก่า ของใช้แล้ว หรือของที่ตนเองไม่ต้องการ การให้เช่นนั้นแม้จะถือเป็นทาน แต่เป็นทานที่หยาบ ผลแห่งทานย่อมมีน้อย เพราะจิตใจของผู้ให้ไม่ได้มีความปีติอย่างแท้จริง และผู้รับเองก็อาจไม่ได้เกิดความยินดีเท่าที่ควร
หากให้ของที่ดี ประณีต และเป็นที่พึงพอใจ ผลทานที่ได้รับย่อมดีและประณีตเช่นเดียวกัน แต่ถ้าให้ของที่หยาบ ผลที่ได้ย่อมไม่งดงามตามไปด้วย
ดังนั้น ก่อนจะให้สิ่งใดแก่ใคร ผู้มีปัญญาควรพิจารณาให้รอบคอบว่า สิ่งนั้นเหมาะสมและเป็นที่ชอบใจของผู้รับหรือไม่ หากตั้งใจจะให้เพื่อสร้างบุญ ควรเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่สามารถให้ได้ ให้ด้วยใจอันเปี่ยมสุข และไม่หวังสิ่งตอบแทน เพราะความบริสุทธิ์แห่งเจตนานั้นคือหัวใจของการให้ที่แท้จริง
การให้ของที่ชอบใจจึงเป็นการมอบความสุขให้แก่ผู้อื่น ผู้ที่ให้ของที่น่าชอบใจ ย่อมได้รับสิ่งที่น่าชอบใจกลับมาเสมอ เพราะการให้ที่ประณีต ย่อมก่อให้เกิดผลที่ประณีต.
