สจิตฺตปริยายกุสลา ภเวยฺยุํ “พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน”

สจิตฺตปริยายกุสลา ภเวยฺยุํ.

“พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน”

(นัย- องฺ.ทสก. 24/100)

ธรรมชาติของจิตนั้น เปรียบได้กับธรรมชาติของน้ำ น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่เสมอฉันใด จิตของมนุษย์ก็มีธรรมชาติไหลลงสู่อารมณ์ต่ำ ๆ อยู่เสมอฉันนั้น คือมักคิดไปในทางที่ไม่ดี ถูกกิเลสปรุงแต่งชักนำไปในเรื่องที่เป็นอกุศล

เมื่อเข้าใจแล้วว่าจิตมีธรรมชาติเป็นเช่นนี้ ผู้ที่ฉลาดย่อมไม่ปล่อยตามยถากรรม แต่จะรู้เท่าทันการทำงานของจิต ต้องมีสติสัมปชัญญะกำกับอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้จิตตกไปในกระแสแห่งความคิดต่ำ ๆ ที่เป็นโทษแก่ตนเอง

การรู้เท่าทันกระบวนการของจิต หมายถึงว่า เมื่อจิตนึกคิดสิ่งใด ต้องรู้ทันทีว่าเป็นความคิดฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่ว หากเป็นความคิดชั่ว ต้องรีบยับยั้ง หากเป็นความคิดดี ต้องรักษาไว้และส่งเสริมให้เจริญยิ่งขึ้น

เมื่อเราสามารถยับยั้งจิตที่คิดชั่วได้ จิตก็จะไม่ส่งคำสั่งให้กายและวาจา กระทำสิ่งที่เป็นอกุศล ผลคือเราสามารถควบคุมตนเองได้ และดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่ถูกต้องและดีงาม

ผลจากการควบคุมจิตเช่นนี้ ทำให้จิตคิดแต่เรื่องที่ดีงาม และสั่งการให้กายทำแต่สิ่งที่ดี เมื่อกายทำแต่สิ่งที่ดี ย่อมนำพาความสุข ความเจริญ และความสงบ มาสู่ชีวิตของเราอย่างแน่นอน

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราไม่รู้เท่าทันกระบวนการของจิต ปล่อยให้มันคิดไปเรื่อย ๆ โดยไม่กลั่นกรอง จิตก็จะส่งคำสั่งให้ทำสิ่งต่าง ๆ โดยไร้การควบคุม ผลคือเราจะกระทำสิ่งที่ผิดพลาด และสร้างปัญหาให้กับชีวิตของตนเองและผู้อื่น

จิตที่ไม่ได้รับการควบคุม ย่อมเป็นเหมือนน้ำที่ปล่อยให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งไหลลึกลงไปเรื่อย ๆ จนดึงคนลงไปสู่วังวนแห่งกิเลสตัณหา และสุดท้ายก็จมอยู่ในทุกข์โดยไม่อาจถอนตัวขึ้นมาได้

ดังนั้น ผู้ปรารถนาความสุขและความเจริญ ต้องหมั่นฝึกสติ รู้เท่าทันจิตของตนอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้จิตคิดไปในทางต่ำ ๆ แต่ควรบังคับให้อยู่ในทางสูง คือทางแห่งคุณงามความดี หากทำได้เช่นนี้ ชีวิตก็จะมีแต่ความสงบสุข.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.