โย อลีเนน จิตฺเตน อลีนมนโส นโร
ภาเวติ กุสลํ ธมฺมํ โยคกฺเขมสฺส ปตฺติยา
ปาปุเณ อนุปุพฺเพน สพฺพสํโยชนกฺขยํ.คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรมเพื่อบรรลุธรรมที่เกษมจากโยคะ พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้.
(พุทฺธ) ขุ.ชา.เอก. 27/18.
การประกอบกิจการงานทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานทางโลกหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน ล้วนต้องอาศัยกำลังใจและสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง สุขภาพจิตที่ดีเป็นรากฐานสำคัญ เพราะเมื่อจิตใจสดชื่นผ่องใส ไม่หดหู่ ไม่ท้อถอย ย่อมเกิดพลังใจในการทำงาน ทำให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคและดำเนินกิจการงานให้สำเร็จลุล่วงได้
ในการสร้างคุณงามความดีและการสร้างบารมีขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน สุขภาพจิตใจก็มีบทบาทสำคัญไม่ต่างกัน หากผู้ปฏิบัติไม่มีพลังใจที่มั่นคง ย่อมไม่สามารถตั้งตนอยู่ในความเพียรได้อย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่จิตใจหดหู่ ท้อถอย ขาดความมั่นคง ย่อมอ่อนแรง ไม่มีกำลังใจที่จะบำเพ็ญธรรมต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมไม่สามารถทำให้การปฏิบัติสัมฤทธิ์ผล ไม่อาจก้าวข้ามสังโยชน์อันเป็นเครื่องร้อยรัดให้เวียนว่ายตายเกิดได้
ตรงกันข้าม หากบุคคลมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมมีกำลังใจในการบำเพ็ญกุศลธรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดกลางคัน และท้ายที่สุดย่อมสามารถบรรลุผลแห่งการปฏิบัติธรรมได้
สิ่งที่มักบั่นทอนจิตใจให้ท้อถอยและหดหู่ ก็คือนิวรณ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นเครื่องกีดขวางจิตใจ ทำให้จิตเศร้าหมอง ขาดความสงบ ขาดความเพียร เช่น ความง่วงเหงา ความฟุ้งซ่าน ความสงสัย และความไม่พอใจ
เมื่อบุคคลถูกนิวรณ์ครอบงำ ย่อมรู้สึกหมดแรงใจ ไม่อยากปฏิบัติต่อไป ความตั้งใจที่เคยมีก็ค่อย ๆ หมดไป จนหยุดการปฏิบัติกลางคัน ไม่อาจเข้าถึงประโยชน์สูงสุดของการบำเพ็ญธรรมได้
ดังนั้น ผู้ตั้งใจปฏิบัติกรรมฐานควรรู้เท่าทันนิวรณ์ทั้งหลาย พึงสร้างพลังใจให้มั่นคงหนักแน่น ใช้ความเพียรพยายามต่อสู้ ไม่ปล่อยให้จิตตกอยู่ใต้อำนาจของนิวรณ์เหล่านั้น
การอดทนอดกลั้นต่อพลังของนิวรณ์ เปรียบได้กับการฝึกกล้ามเนื้อให้แข็งแรง เมื่อใจสามารถอดทนต่อความฟุ้งซ่าน ความง่วง ความเบื่อหน่ายได้แล้ว ใจนั้นก็จะกลายเป็นใจที่มั่นคง สงบ และแข็งแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อจิตใจมีพลังและความมั่นคงเช่นนี้ การปฏิบัติธรรมก็ย่อมดำเนินไปได้โดยราบรื่น สามารถทำลายสังโยชน์ที่ผูกพันจิตใจเอาไว้ทีละขั้น ๆ จนบรรลุถึงความเป็นอิสระจากพันธนาการทั้งปวง
สุดท้าย ผู้มีพลังใจเข้มแข็ง ไม่ท้อถอย ไม่หดหู่ ย่อมสามารถเข้าถึงผลสูงสุดของการปฏิบัติธรรม คือความดับทุกข์สิ้นเชิง ทำลายสังโยชน์ได้หมดสิ้น หลุดพ้นจากวัฏสงสาร บรรลุพระนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุดได้โดยแท้จริง.
