น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา.
“กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์”
(สํ.ส. 15/31)
กาม ในความหมายทางพระพุทธศาสนา มิได้หมายถึงเพียงการเสพสุขทางเพศเท่านั้น แต่หมายรวมถึงสิ่งที่เป็นเหตุให้จิตใจยินดีพอใจ คือ กามคุณ 5 ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสที่น่าปรารถนาน่าพอใจ สิ่งเหล่านี้เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด ความติดข้อง และเป็นเครื่องผูกมัดจิตใจของสัตว์โลกให้อยู่ในวัฏฏะแห่งทุกข์
กามคุณทั้งหลายเหล่านี้ หากพิจารณาให้ถ่องแท้แล้ว จะเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่มั่นคงถาวร ทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง มีความเสื่อมสลายเป็นธรรมดา รูปที่งามวันหนึ่งก็ย่อมร่วงโรย เสียงที่ไพเราะวันหนึ่งก็ดับไป กลิ่นที่หอมวันหนึ่งก็เลือนหาย รสที่ชวนลิ้มวันหนึ่งก็จืดจาง สัมผัสที่นุ่มนวลวันหนึ่งก็กลายเป็นสิ่งที่เสื่อมไปตามกาลเวลา
ด้วยเหตุนี้ การที่เราหลงใหลมัวเมาอยู่ในกามคุณ อันเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน ก็เท่ากับว่าเรากำลังฝากความสุขไว้กับสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้เลย เมื่อสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงหรือสูญหายไป ความทุกข์ใจก็เกิดขึ้นทันที ความจริงข้อนี้ทำให้เห็นว่า การยึดมั่นในกามคุณเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดและขาดปัญญา
ผู้ที่ติดอยู่ในกามคุณ ย่อมถูกบีบคั้นด้วยไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ไม่อาจรักษาสภาพความสุขนั้นไว้ได้ตามใจหวัง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเป็นไปตามธรรมดาของสรรพสิ่ง และเมื่อไม่เข้าใจธรรมดาข้อนี้ จึงทำให้เกิดความทุกข์ ความโศก ความเดือดร้อนใจไม่รู้จบสิ้น
ในทางกลับกัน ผู้มีปัญญาย่อมไม่หลงติดอยู่ในกามคุณทั้งหลาย เพราะรู้เท่าทันตามความเป็นจริงว่า กามคุณเหล่านั้นเป็นของเหลวไหล ไม่มีแก่นสาร มิได้มีสาระใด ๆ ที่จะทำให้จิตพ้นจากความทุกข์ได้อย่างแท้จริง การแสวงหาความสุขจากสิ่งเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนการไขว่คว้าสายลม ย่อมไม่อาจจับต้องหรือได้มาอย่างแท้จริง
บัณฑิตผู้เห็นโทษของกามคุณ จึงเร่งเพียรปฏิบัติขัดเกลาตน ไม่ปล่อยใจให้ตกเป็นทาสของความอยาก พยายามฝึกสติและปัญญาให้มั่นคง เพื่อพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไม่ใช่ตัวตนของสิ่งทั้งหลาย จนใจสามารถวางเฉย ไม่หวั่นไหวไปตามการผันแปรของโลก
เมื่อใจคลายความกำหนัดในกามคุณได้ ก็เป็นการยกระดับจิตให้อยู่เหนืออำนาจแห่งความอยาก ความดิ้นรน และความทุกข์ทั้งปวง ใจเช่นนี้จะค่อย ๆ ละความเร่าร้อนและเข้าถึงความสงบเย็นได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเป้าหมายของการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา
การปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากอำนาจของกามคุณ อาจอาศัยวิธีการพิจารณา เช่น พิจารณาอสุภะในกาย พิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส หรือการเจริญสมาธิเพื่อระงับความฟุ้งซ่านของจิต สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติพ้นจากการถูกกามฉุดลากให้เวียนว่ายตายเกิด
ดังนั้น การไม่ยึดติดในกามคุณ เป็นการเลือกที่จะไม่ฝากใจไว้กับสิ่งที่ไม่มั่นคง เพื่อให้ได้พบกับความสุขอันประณีต คือความสุขจากการดับกิเลส ความสุขจากการพ้นทุกข์ และความสุขที่ไม่ต้องอาศัยสิ่งภายนอกมาหล่อเลี้ยงอีกต่อไป.
