นตฺถิ กามา ปรํ ทุกฺขํ.
“ทุกข์อื่น ยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี”
(ขุ.ชา.เอกาทสก. 27/315)
สัตว์ทั้งหลายที่เกิดมาในโลกนี้ ต่างก็มีชีวิตที่เต็มไปด้วยการดิ้นรน ขวนขวายเสาะแสวงหาสิ่งต่าง ๆ เพื่อบำรุงบำเรอตนเอง ให้ได้เสพสุข ให้ได้ความสะดวกสบาย และให้ได้ครอบครองสิ่งที่ตนปรารถนา ไม่ว่าต้องเหน็ดเหนื่อยเพียงใด ใจก็ยังไม่หยุดดิ้นรน เพราะแรงผลักดันของความอยากอันไม่รู้จักพอ
เมื่อพิจารณาให้ถ่องแท้แล้ว จะพบว่า สาเหตุที่สัตว์โลกต้องดิ้นรนทำการต่าง ๆ นานานั้น ล้วนมาจาก “กาม” เพียงตัวเดียว กามคือแรงผลักดันที่ทำให้ใจปรารถนาไม่สิ้นสุด อยากได้สิ่งใดก็ต้องแสวงหา แม้ยากลำบากแค่ไหนก็ไม่ละความพยายาม เพราะใจยังถูกครอบงำด้วยความอยากนั้นอยู่เสมอ
กามจึงเป็นเหตุให้สัตว์โลกทำงานหนัก ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา แต่เมื่อได้มาแล้วก็ไม่เคยหยุด ยังหาสิ่งใหม่อยู่ตลอด เหมือนความกระหายน้ำในขณะที่อยู่ในทะเลทราย ดื่มน้ำเท่าไรก็ไม่อาจดับความกระหายได้จริง ๆ นี่คืออำนาจแห่งกามที่ทำให้ใจไม่รู้จักคำว่า “พอ”
เพราะเหตุดังนั้น กามจึงไม่ใช่สิ่งที่ให้ความสุขแท้จริง แต่ตรงกันข้าม กามกลับเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ เป็นสิ่งที่บีบคั้นใจ ทำให้สัตว์โลกทั้งหลายต้องเร่าร้อน ดิ้นรน และเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในห้วงมหรรณพแห่งสังสารวัฏอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครูของโลก ทรงรู้แจ้งในสัจธรรม จึงทรงแสดงหนทางดับทุกข์ให้แก่สัตว์โลก ทรงชี้ชัดว่า การจะพ้นจากอำนาจของกามได้นั้น ต้องดำเนินตาม “อริยมรรคมีองค์แปด” อันเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์
อริยมรรคมีองค์แปด คือ สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ, สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ, สัมมาวาจา การพูดชอบ, สัมมากัมมันตะ การกระทำชอบ, สัมมาอาชีวะ การเลี้ยงชีพชอบ, สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ, สัมมาสติ ความระลึกชอบ และสัมมาสมาธิ ความตั้งใจมั่นชอบ องค์ธรรมทั้งแปดนี้เป็นเครื่องชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จากกิเลสทั้งหลาย
เมื่อบุคคลใดตั้งมั่นปฏิบัติตามมรรคมีองค์แปดอย่างจริงจัง ย่อมค่อย ๆ ลดละความยึดติดในกามคุณ ความเร่าร้อนก็จะค่อย ๆ มลายหายไป เหลือเพียงความสงบเย็นแห่งจิตใจ ซึ่งเป็นสุขที่สูงส่งและยั่งยืนกว่าสุขใด ๆ ที่กามจะพึงให้ได้
ผู้ปรารถนาความพ้นทุกข์จึงควรเร่งขัดเกลาตน เจริญมรรคมีองค์แปดอย่างต่อเนื่อง ด้วยศรัทธาและความเพียรอย่างแรงกล้า เมื่อจิตพัฒนาไปจนถึงที่สุด ย่อมตัดขาดจากพันธนาการแห่งกาม ปลดปล่อยตนเองออกจากเครื่องผูกมัดทั้งปวงได้สำเร็จ
และเมื่อพ้นจากอำนาจของกามแล้ว ใจก็จะได้ลิ้มรสความอิสระที่แท้จริง ซึ่งเป็นสุขที่ประณีตกว่าความสุขใด ๆ ในโลก เป็นสุขที่เป็นอมตะที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้.
