ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กิญฺจนํ มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ

ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ     ปเรสํ วาปิ กิญฺจนํ
มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ      นตฺถิ เมติ น โสจติ.

ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่า ของเราไม่มี ดังนี้.

(พุทฺธ) ขุ.สุ. 25/519, ขุ.มหา. 29/534.

สิ่งของทั้งหลายบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง บ้าน รถ หรือข้าวของเครื่องใช้ ล้วนไม่ใช่ของเราอย่างแท้จริง เราเพียงแต่ได้ครอบครองไว้ชั่วคราวในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น

เมื่อถึงคราวตาย เราไม่สามารถนำสิ่งของใด ๆ ติดตัวไปได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ทรัพย์สินที่สะสมไว้ต้องทิ้งไว้บนโลกทั้งหมด เราเดินทางไปจากโลกนี้ด้วยมือเปล่า เหลือเพียงกรรมดีกรรมชั่วที่เราทำไว้เท่านั้นที่ติดตามไป

แม้แต่ร่างกายสังขารที่เราหวงแหนและคิดว่าเป็น “ของเรา” แท้จริงก็ไม่ใช่ของเรา เราไม่สามารถควบคุมให้มันแข็งแรงตลอดไป หรือคงความอ่อนเยาว์ได้ เราไม่อยากเจ็บป่วยแต่มันก็ป่วย ไม่อยากแก่แต่มันก็แก่ตามกาลเวลา

ถ้าร่างกายนี้เป็นของเราจริง เราก็ควรบังคับบัญชาได้ตามใจ แต่ในความเป็นจริง เราควบคุมไม่ได้เลย มันดำเนินไปตามเหตุปัจจัยของธรรมชาติ และสุดท้ายเราก็ต้องละทิ้งสังขารนี้ไปโดยไม่มีข้อยกเว้น

สิ่งที่ทำให้เราหลงคิดว่าสิ่งทั้งปวงเป็นของเราก็คือ อุปาทาน หรือความยึดมั่นถือมั่น มันติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด และตามเราไปทุกภพทุกชาติ คอยบงการจิตใจให้หลงยึดสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นของเรา

เมื่อยึดมั่นถือมั่นแล้ว จิตใจก็เกิดความหวงแหน อยากได้สิ่งที่ยังไม่มี เมื่อได้มาแล้วก็ไม่อยากสูญเสีย เมื่อมีสิ่งนั้นอยู่ก็สุขใจ แต่เมื่อสูญเสียไปก็ทุกข์ใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากอำนาจของอุปาทานทั้งสิ้น

ชัดเจนว่าความยึดมั่นถือมั่นนี้เองเป็นเหตุแห่งความทุกข์อย่างใหญ่หลวง เพราะทำให้จิตไม่เป็นอิสระ ต้องหมุนเวียนอยู่กับความสุขที่ไม่จีรัง และความทุกข์ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อเราเริ่มเห็นความจริงว่าสิ่งทั้งหลายไม่ใช่ของเรา ร่างกายไม่ใช่ของเรา ความยึดมั่นถือมั่นก็จะคลายลง ความทุกข์ทางใจก็จะเบาบางลงไปตามลำดับ

การปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน จะช่วยให้เรารู้ชัดตามความเป็นจริง เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และค่อย ๆ ละอุปาทานออกจากใจได้ เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่น ก็ไม่มีสิ่งใดจะทำให้ใจหวั่นไหวได้อีก

ดังนั้น เมื่อใดที่เราสามารถปล่อยวางอุปาทานได้สิ้นเชิง ความยึดมั่นถือมั่นก็หมดไป ความทุกข์และความโศกเศร้าอันเกิดจากการยึดถือว่าเป็นของเรา ของเขา ก็จะสิ้นสุดลง ใจจะเป็นอิสระและสงบเย็นอย่างแท้จริง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.