อิจฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยาย มุจฺจติ
อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ.โลกถูกความอยากผูกมัดไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก, เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้.
(พุทฺธ) สํ.ส. 15/56.
ความอยาก ในทางพระพุทธศาสนา เรียกว่า ตัณหา ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประการ ได้แก่
- กามตัณหา คือ ความอยากในกามคุณทั้งห้า ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา
- ภวตัณหา คือ ความอยากมีอยากเป็น เช่น อยากมีทรัพย์ อยากได้ตำแหน่ง อยากเป็นผู้มีอำนาจ
- วิภวตัณหา คือ ความอยากไม่มีอยากไม่เป็น หรือความปรารถนาจะหลุดพ้นจากสภาพที่ไม่น่าพอใจ เช่น อยากพ้นจากความทุกข์ ความเจ็บป่วย หรือสิ่งกดดันทั้งหลาย
ความอยาก นี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นดุจเครื่องผูกมัดสัตว์ทั้งหลายไว้ในโลก ทำให้หลงติดอยู่กับสิ่งลวงตานานาประการ ไม่ว่าจะเป็นกามคุณหรือความอยากมีอยากเป็น ทั้งที่แท้จริงแล้ว สิ่งที่ปรารถนาเหล่านั้นล้วนอยู่ภายใต้กฎแห่งไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง
ก็เพราะอำนาจแห่ง ความอยากหรือตัณหา นี่เอง ที่ทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายติดพันอยู่ในโลกซึ่งเต็มไปด้วยทุกข์และมายา มนุษย์และสัตว์ทั้งปวงจึงดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่ตนปรารถนา เพียงเพื่อสนองความพึงใจและบำรุงปรนเปรอตน ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากตัณหาที่ครอบงำอยู่ภายในใจนั่นเอง
กามตัณหา หมายถึง ความทะยานอยากในกามคุณห้า ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะอันน่าปรารถนา ความอยากนี้ผลักดันให้มนุษย์ดิ้นรนแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาปรนเปรอตนเอง และเมื่อได้สมดังใจ ก็ยึดติดถือมั่นอยู่กับความสุขที่เกิดจากกามคุณเหล่านั้น
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กามตัณหายังเป็นเหตุแห่งการแก่งแย่งและเบียดเบียนกัน เพื่อครอบครองสิ่งที่ตนปรารถนา จนถึงขั้นโกงกัน ทำร้ายกัน หรือแม้กระทั่งฆ่าฟันกัน หากได้สมความต้องการก็เกิดความยินดี แต่หากผิดหวังไม่สมปรารถนา ก็กลับกลายเป็นความทุกข์ใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในภพ ความอยากมีอยากเป็น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหน้าที่ เกียรติยศ เงินทอง หรือสิ่งใดก็ตามที่ใจใฝ่หา ความอยากนี้ผลักดันให้มนุษย์ดิ้นรนขวนขวาย แสวงหาหนทางเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนา แม้ต้องเผชิญกับความเหน็ดเหนื่อยลำบากเพียงใดก็ไม่ย่อท้อ
เมื่อได้สิ่งนั้นสมความปรารถนา ก็เกิดความยินดีและสุขใจ ตรงกันข้าม หากผิดหวังไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ ก็กลับกลายเป็นความทุกข์ ความเศร้าหมอง และความไม่พอใจ ซึ่งล้วนเป็นผลที่เกิดขึ้นจากการยึดติดอยู่กับภวตัณหานั่นเอง
วิภวตัณหา หมายถึง ความทะยานอยากในวิภพ คือความไม่อยากมีหรือไม่อยากเป็น ความปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากสภาวะที่ไม่น่าพอใจ เช่น คนเจ็บไข้ปรารถนาจะหายจากโรค นักเรียนอยากพ้นจากการควบคุมของครู หรือผู้คนทั่วไปที่อยากหนีห่างจากภาวะที่กดดันทั้งหลาย
เมื่อได้สมความต้องการตามที่หวัง ใจก็รู้สึกสุขสงบและเบาสบาย แต่หากไม่เป็นไปตามที่ปรารถนา กลับก่อให้เกิดความขัดเคือง ความเศร้าหมอง และความทุกข์ใจ ซึ่งล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการยึดติดอยู่กับวิภวตัณหานั่นเอง
ตัณหาทั้งสามประการ ไม่ว่าจะเป็นกามตัณหา ภวตัณหา หรือวิภวตัณหา ล้วนเป็นเครื่องพันธนาการที่ผูกมัดสัตว์โลกให้เวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ทำให้ใจยังยึดติดอยู่กับความหลง ไม่สามารถก้าวสู่ความสงบที่แท้จริงหรือเข้าถึงโลกุตรธรรมได้
หนทางแห่งการหลุดพ้นจึงอยู่ที่การบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ให้ปัญญาเห็นตามความจริงในกฎไตรลักษณ์ จนดับความยึดมั่นในตัณหาทั้งปวงได้โดยสิ้นเชิง เมื่อถึงที่สุดแห่งการปฏิบัติและบรรลุอรหัตผลแล้ว จึงจะเป็นการตัดเครื่องผูกพันทั้งหลาย ปลดปล่อยใจให้เป็นอิสระอย่างแท้จริง.
