อวิชฺชาย นิวุโต โลโก เววิจฺฉา (ปมาทา) นปฺปกาสติ ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.

อวิชฺชาย นิวุโต โลโก     เววิจฺฉา (ปมาทา) นปฺปกาสติ
ชปฺปาภิเลปนํ พฺรูมิ         ทุกฺขมสฺส มหพฺภยํ.

โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏเพราะความตระหนี่ (และความประมาท) เรากล่าวความอยากว่า เป็นเครื่องฉาบทาโลก ทุกข์เป็นภัยใหญ่ในโลกนั้น.

(พุทฺธ) ขุ.สุ. 25/530, ขุ.จู. 30/9.

อวิชชา แปลว่า ความไม่รู้ หมายถึง ความไม่รู้ตามความเป็นจริงในอริยสัจ 4 คือ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้เต็มไปด้วยทุกข์ ไม่รู้เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ไม่รู้ว่าความดับทุกข์คือสิ่งที่พ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง และไม่รู้หนทางอันถูกต้องที่จะเข้าถึงความดับทุกข์นั้น

สัตว์โลกทั้งหลาย ทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน ล้วนถูกอวิชชาปิดบังไว้ ทำให้ไม่อาจมองเห็นความจริงของสรรพสิ่งตามที่มันเป็นจริงได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงตกอยู่ในความลุ่มหลง มัวเมา หลงติดอยู่กับสิ่งที่ไม่มีสาระแท้จริงของชีวิต

เมื่ออวิชชาครอบงำอยู่เช่นนี้ มนุษย์และสัตว์โลกจึงไม่รู้ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยทุกข์ ไม่รู้ว่าทุกข์ทั้งหลายเกิดจากสาเหตุใด ไม่รู้ว่าหากทุกข์ดับไปได้จะเป็นสุขประเสริฐเพียงใด และไม่รู้วิธีที่จะดับทุกข์นั้นได้ ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารอย่างไม่รู้จบ

การไม่รู้ทุกข์ทำให้เราหลงคิดว่าโลกนี้น่าหลงใหล มีสิ่งที่ควรแสวงหา ทั้ง ๆ ที่แท้จริงแล้วสิ่งทั้งปวงล้วนแปรเปลี่ยน ไม่เที่ยง และไม่อาจยึดถือไว้ได้ ความไม่รู้ทุกข์จึงกลายเป็นต้นตอของการหมกมุ่นอยู่กับสิ่งลวงตา

การไม่รู้เหตุแห่งทุกข์ทำให้เราไม่เข้าใจว่า ทุกข์ทั้งปวงล้วนเกิดจากตัณหา คือความอยาก ความทะยานอยากที่ไม่มีที่สิ้นสุด หากไม่เห็นเหตุที่แท้จริง ย่อมไม่อาจดับทุกข์ได้ และจะตกอยู่ในวงจรแห่งความทุกข์ต่อไป

การไม่รู้ว่าความดับทุกข์คือสภาวะที่สงบเย็นปราศจากกิเลส ทำให้เรามิได้แสวงหาความสุขอันแท้จริง แต่กลับมัวแสวงหาสุขเพียงชั่วคราวที่แฝงไว้ด้วยความทุกข์ ซึ่งนอกจากจะไม่พ้นจากทุกข์แล้ว ยังทุกข์หนักขึ้นอีกด้วย

การไม่รู้หนทางดับทุกข์ คือไม่รู้มรรคมีองค์ 8 ที่พระพุทธเจ้าทรงชี้ไว้ ทำให้สัตว์โลกหลงเดินผิดทาง แสวงหาความสุขด้วยวิธีที่ผิด ทั้งด้วยการยึดติดในกามบ้าง การเสพสุขทางโลกบ้าง หรือการพยายามหนีปัญหาบ้าง แต่ทั้งหมดก็ไม่อาจพ้นทุกข์ได้จริง

ความอยากหรือตัณหาจึงเป็นตัวการสำคัญ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ตัณหามี 3 อย่าง ได้แก่ กามตัณหา ความอยากในกามทั้งหลาย ภวตัณหา ความอยากมีอยากเป็น และวิภวตัณหา ความอยากไม่เป็นหรืออยากให้สิ่งที่ไม่ชอบใจหายไป

ตัณหานี้เองเป็นดั่งเครื่องฉาบทาโลก คือฉาบทาใจสัตว์โลกให้ติดอยู่กับสิ่งลวงตา ทำให้เกิดความยึดติดและความอยากไม่รู้จบ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่อยากเหล่านั้นอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์ คือไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน

เมื่อสัตว์โลกถูกตัณหาฉาบทาไว้ ย่อมมัวเมา ลุ่มหลง ไม่คิดแสวงหาหนทางพ้นทุกข์ แต่กลับเวียนวนอยู่กับการไขว่คว้าสิ่งภายนอกที่ไม่จีรังยั่งยืน สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ทุกข์ทับถมหนักขึ้นเรื่อย ๆ

ด้วยความไม่รู้และความอยากเช่นนี้ สัตว์โลกจึงต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ ต้องประสบกับทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ และตาย ไม่เคยพ้นไปจากความทุกข์ใหญ่ในสังสารวัฏ

เพราะฉะนั้น ผู้ปรารถนาจะพ้นทุกข์จำต้องกำจัดอวิชชา และละตัณหา ด้วยการเจริญวิปัสสนาให้เห็นตามความเป็นจริงในอริยสัจ 4 และดำเนินตามอริยมรรคมีองค์ 8 จึงจะสามารถข้ามพ้นวัฏสงสาร และเข้าถึงความสุขสงบอันแท้จริงได้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.