มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก ชราย ปริวาริโต ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ อิจฺฉาธูปายิโต สทา

มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก        ชราย ปริวาริโต
ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ     อิจฺฉาธูปายิโต สทา.

สัตว์โลกถูกมฤตยูขจัดแล้ว ถูกชราล้อมไว้ ถูกลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว ถูกอิจฉาคุกรุ่นแล้วทุกเมื่อ.

(พุทฺธ) สํ.ส. 15/55.

สัตว์โลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ดิรัจฉาน เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ล้วนมีชะตากรรมร่วมกัน คือ ต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บ และความตายในที่สุด ไม่มีใครหนีพ้นสภาวะนี้ได้เลย

สัตว์โลกทั้งปวงมีความตายรออยู่เบื้องหน้า หากจะกล่าวว่า “เกิดมาเพื่อตาย” ก็คงไม่ผิดอะไร เพราะความตายเป็นสิ่งแน่นอนที่สุดในชีวิต ทุกชีวิตที่เกิดมาแล้ว ไม่มีใครสามารถหนีไปจากความตายได้เลย

เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว สัตว์โลกก็ย่อมแก่ชราลงตามลำดับ นี่คือธรรมชาติของร่างกาย แม้ในวัยเด็กหรือวัยหนุ่มสาวที่ยังสดใสแข็งแรง ก็ยังเป็นการแก่ขึ้นทีละน้อย เพียงแต่ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าชราครอบงำอยู่ตลอดเวลา

การที่ร่างกายเปลี่ยนจากวัยเด็กสู่วัยหนุ่มสาว แม้จะไม่เรียกกันว่า “แก่” แต่ก็เป็นกระบวนการของชราเช่นเดียวกัน เป็นการแก่ทีละขั้นตอน จนกระทั่งเข้าสู่ความเสื่อมโทรมในบั้นปลายชีวิต ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้

นอกจากนี้ สัตว์โลกยังถูกครอบงำด้วย ตัณหา หรือความทะยานอยาก ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา ตัณหาเปรียบเหมือนลูกศรแหลมคมที่คอยทิ่มแทงใจ ทำให้ดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่อยากได้ และพยายามหลีกหนีสิ่งที่ไม่ต้องการอยู่ตลอดเวลา

นอกจากตัณหาแล้ว สัตว์โลกยังถูก อิจฉา คือความอยาก ความกระหาย ความต้องการครอบงำ ทำให้ต้องดิ้นรนเสาะแสวงหาไม่รู้จบสิ้น ทั้งการแสวงหาทรัพย์สิน เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือสิ่งบำรุงบำเรอใจ ล้วนเกิดจากอำนาจแห่งอิจฉานี้เอง

ตราบใดยังเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ สัตว์โลกก็ไม่อาจหลีกพ้นจากความแก่และความตายได้เลย ต่อให้พยายามสะสมสิ่งของมากมาย ก็ไม่สามารถเอามาป้องกันความเสื่อมสลายของชีวิตได้

หนทางเดียวที่จะไม่ต้องเผชิญกับความแก่และความตาย ก็คือ ต้องไม่เกิดอีก และสาเหตุของการเกิดก็คือตัณหา หากยังมีตัณหาอยู่ ก็ย่อมต้องเกิดและเวียนว่ายในวัฏสงสารต่อไป

วิธีดับตัณหาก็มีเพียงการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เจริญสติ สมาธิ และปัญญา จนเห็นตามความจริงว่า สรรพสิ่งทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เมื่อเกิดวิปัสสนาปัญญาแทงตลอด ตัณหาก็ดับสิ้น เมื่อตัณหาดับสิ้นแล้ว เชื้อยางแห่งการเกิดใหม่ย่อมไม่มี

ดังนั้น สัตว์โลกทั้งหลายที่เกิดมาแล้วจึงไม่พ้นความแก่และความตาย ตัณหาและอิจฉายังคอยเผาผลาญใจให้ดิ้นรนอยู่เสมอ วิธีหลุดพ้นคือการดับตัณหาให้สิ้นด้วยการปฏิบัติวิปัสสนา เมื่อตัณหาดับ ความเกิดก็ดับ และเมื่อไม่เกิดอีก ก็ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องตาย และไม่ต้องทนทุกข์อีกต่อไป เข้าสู่พระนิพพานอันเป็นภาวะที่สงบเย็นอย่างถาวร.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.