กเรยฺย วากฺยํ อนุกมฺปกานํ.
“ควรทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดู”
(ขุ.ชา.ทสก. 27/272)
คำว่า “ผู้เอ็นดู” หมายถึง บุคคลที่มีความปรารถนาดีต่อเรา มีความสงสารและเห็นใจเรา อยากให้เราพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง อยากให้เราประสบสิ่งที่ดีงามและสำเร็จในสิ่งที่พึงปรารถนา ทั้งยังไม่คิดร้ายหรือมุ่งรังแกเราในทางใดทางหนึ่ง
ผู้เอ็นดูย่อมมีความจริงใจในเจตนาของตน ปรารถนาให้เราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและก้าวหน้า ไม่เพียงแต่หวังความสุขให้เราในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมุ่งให้เรามีความเจริญมั่นคงในอนาคตด้วย จิตใจของเขาจึงเต็มไปด้วยเมตตาและความห่วงใยอย่างแท้จริง
ตัวอย่างของบุคคลผู้เอ็นดูก็เช่น บิดามารดา ผู้ซึ่งมีแต่ความรักและความปรารถนาดีต่อบุตรอย่างไม่มีเงื่อนไข คอยดูแล อบรม และเสียสละเพื่อความสุขความเจริญของบุตร โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ นอกจากความอยู่ดีกินดีของลูกเท่านั้น
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ครูอาจารย์ ผู้ทำหน้าที่สั่งสอนอบรมวิชาและคุณธรรมให้แก่ศิษย์ ด้วยความมุ่งหวังให้ศิษย์มีความรู้ มีความสามารถ และก้าวหน้าในชีวิต ครูอาจารย์ที่เอ็นดูศิษย์จริง ๆ ย่อมใช้เวลาและแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของศิษย์
เมื่อบุคคลเหล่านี้มีความเอ็นดูและความปรารถนาดีต่อเรา เขาย่อมแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์และถูกต้อง ไม่มีผู้ใดที่รักใคร่เอ็นดูอย่างจริงใจแล้วจะแนะนำให้กระทำความชั่วหรือสิ่งที่เป็นโทษแก่ตนเองและผู้อื่น คำแนะนำของเขาจึงมักเป็นทางแห่งความสุขและความเจริญ
ดังนั้น การทำตามคำแนะนำของบุคคลผู้เอ็นดูอย่างแท้จริง ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่เรา ทั้งในด้านความคิด การกระทำ และผลลัพธ์ที่ตามมา เพราะคำแนะนำนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งความหวังดีและความเมตตานั่นเอง
แต่อย่างไรก็ตาม การที่เราจะเชื่อคำแนะนำของผู้ใด จำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน ว่าเขามีความเอ็นดูเราจริงหรือไม่ ความจริงใจนั้นปรากฏชัดเจนเพียงใด และเขามีความปรารถนาดีอย่างแท้จริงหรือเพียงเสแสร้งแกล้งทำ
การรู้จักพิจารณาเช่นนี้จะช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าคำแนะนำใดควรปฏิบัติตาม และคำแนะนำใดควรละเว้น เพื่อไม่ให้เราหลงเชื่อหรือปฏิบัติตามสิ่งที่อาจเป็นโทษหรือสร้างความเดือดร้อนในภายหลัง
เมื่อมั่นใจแล้วว่าผู้ให้คำแนะนำนั้นมีเจตนาดีต่อเราอย่างแท้จริง การทำตามคำของเขาย่อมเป็นทางนำไปสู่ความสุข ความสำเร็จ และความเจริญอย่างแน่นอน ทั้งยังทำให้เราดำเนินชีวิตด้วยความมั่นใจว่ากำลังเดินอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง.
