อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ “ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง”

อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ.

[คำอ่าน : อัด-ตะ-นา, วะ, กะ-ตัง, ปา-ปัง, อัด-ตะ-นา, สัง-กิ-ลิด-สะ-ติ]

“ตนทำบาปเอง ย่อมเศร้าหมองเอง”

(ขุ.ธ. 25/37, ขุ.มหา. 29/27, ขุ.จู. 30/116)

บาป คือสภาวะที่ทำให้ตกต่ำ หรือตกไปในที่ต่ำ หมายถึงความชั่วร้ายเลวทรามต่าง ๆ อันได้แก่ การทำชั่วทางกาย ที่เรียกว่า กายทุจริต อย่างหนึ่ง การทำชั่วทางวาจา ที่เรียกว่า วจีทุจริต อย่างหนึ่ง การทำชั่วทางใจ ที่เรียกว่า มโนทุจริต อย่างหนึ่ง

พระพุทธศาสนาสอนไว้ว่า เราทำกรรมเช่นไร เราก็จะได้ผลเช่นนั้น และได้รับผลด้วยตัวเอง ไม่มีเลยที่คนหนึ่งทำกรรม แล้วผลกรรมนั้นจะไปตกอยู่ที่บุคคลอีกคนหนึ่ง ผู้ใดทำ ผลกรรมย่อมตกอยู่กับผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว

เหมือนกับเราเดินเหยียบโคลน โคลนนั้นจะไปติดเท้าบุคคลอื่นก็หาไม่ โคลนที่เราเหยียบย่อมติดอยู่ที่เท้าของเราแต่เพียงผู้เดียว

การทำบาปก็เช่นกัน ถ้าเราทำบาปอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นบาปทางกาย บาปทางวาจา หรือบาปทางใจก็แล้วแต่ ผลของบาปนั้นย่อมตกอยู่ที่เราแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่มีใครสามารถมาแบ่งรับผลบาปร่วมกับเราได้

เมื่อบาปที่เราทำไว้มันให้ผล เราย่อมเศร้าหมองเมื่อได้รับผลของบาปด้วยตนเองอย่างแน่แท้

ดังนั้น จึงควรประคับประคองใจให้ดี อย่าให้เผลอไปทำบาป อย่าให้ยินดีในการทำบาป เพราะเมื่อบาปให้ผล ย่อมไม่ให้ผลในทางที่ดีเป็นแน่แท้

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.