ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว.

ปญฺจกฺขนฺธา ปริญฺญาตา     ติฏฺฐนฺติ ฉินฺนมูลกา
ทุกฺขกฺขโย อนุปฺปตฺโต     นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว.

[คำอ่าน]

ปัน-จัก-ขัน-ทา, ปะ-ริน-ยา-ตา     ติด-ถัน-ติ, ฉิน-นะ-มู-ละ-กา
ทุก-ขัก-ขะ-โย, อะ-นุบ-ปัด-โต     นัด-ถิ-ทา-นิ, ปุ-นับ-พะ-โว

[คำแปล]

“เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพอีกต่อไป.”

(พฺรหฺมทตฺตเถรี) ขุ.เถรี. 26/334.

เบญจขันธ์ แปลว่า ขันธ์ห้า ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ร่างกายของคนและสัตว์ทั้งหลายประกอบไปด้วยขันธ์ทั้ง 5 ประการนี้

ขันธ์ทั้ง 5 ประการนี้ มีธรรมชาติเป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทุกขัง คือ เป็นทุกข์ ได้แก่ ไม่สามารถทนอยู่ในสภาพเดิมได้ ต้องถูกบีบคั้นด้วยความเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายไปในที่สุด อนัตตา คือ ไม่มีตัวตน ไม่สามารถบังคับบัญชาให้เป็นไปตามใจปรารถนาได้

บุคคลทั้งหลายผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนวิปัสสนาญาณเกิดขึ้น สามารถกำหนดรู้ขันธ์ทั้งห้านั้นตามความเป็นจริงตามหลักพระไตรลักษณ์แล้วตัดอุปาทานเสียได้ไม่เข้าไปยึดมั่นถือมั่นในขันธ์เหล่านั้น ย่อมสารถเข้าถึงพระนิพพาน ตัดภพตัดชาติเสียได้ ภพใหม่คือการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏย่อมไม่มีอีกต่อไป.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.