โย จ ปปญฺจํ หิตฺวาน นิปฺปปญฺจปเท รโต อาราธยิ โส นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.

โย จ ปปญฺจํ หิตฺวาน
นิปฺปปญฺจปเท รโต
อาราธยิ โส นิพฺพานํ
โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ.

[คำอ่าน]

โย, จะ, ปะ-ปัน-จัง, หิด-ตะ-วา-นะ
นิบ-ปะ-ปัน-จะ-ปะ-เท, ระ-โต
อา-รา-ทะ-ยิ, โส, นิบ-พา-นัง
โย-คัก-เข-มัง, อะ-นุด-ตะ-รัง

[คำแปล]

“ผู้ใดละธรรมเป็นเหตุให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรมที่ไม่มีสิ่งทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพานอันปราศจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า.”

(สารีปุตฺต) องฺ.ฉกฺก. 22/329.

ธรรมเป็นเหตุเนิ่นช้า หมายถึง กิเลส อันได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ ทิฏฐิ มานะ เป็นต้น กิเลสเหล่านี้ได้ชื่อว่าเป็นเหตุเนิ่นช้า เพราะตราบใดที่ยังมีกิเลสอยู่ บุคคลก็ไม่สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้ คือกิเลสยังคงอยู่นานเท่าใด การเข้าถึงพระนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุขก็ยืดเยื้อออกไปนานเท่านั้น สังสารวัฏก็ยาวนานเท่านั้นเช่นกัน

บุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลาย พิจารณาถึงโทษของกิเลสอันเป็นเหตุให้เกิดความเนิ่นช้าในสังสารวัฏ หันมาปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเพื่อกำจัดกิเลสอันเป็นเหตุเนิ่นช้าเหล่านั้นด้วยความเพียรอันแรงกล้า เมื่อบารมีแก่กล้า ย่อมสามารถเข้าถึงพระนิพพานอันเป็นเอกันตบรมสุขไม่มีสุขอื่นยิ่งกว่า ทำลายสังสารวัฏได้อย่างราบคาบ.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.