สุขสฺส ทาตา เมธาวี สุขํ โส อธิคจฺฉติ “ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข”

สุขสฺส ทาตา เมธาวี สุขํ โส อธิคจฺฉติ.

“ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข”

(องฺ.ปญฺจก. 22/45)

คำว่า “ปราชญ์” หมายถึง ผู้ฉลาด ผู้มีปัญญารู้เห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริง ไม่หลงผิดในสิ่งที่ควรหรือไม่ควร ไม่ถูกครอบงำด้วยอวิชชาและกิเลสทั้งหลาย ปราชญ์จึงเป็นผู้ที่รู้จักใช้ปัญญาให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตตนเองและต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง

ผู้เป็นปราชญ์ย่อมมีจิตใจเมตตาและเสียสละ มักใช้ความรู้และสติปัญญาที่ตนมีในการมอบความสุขให้แก่ผู้อื่นอยู่เสมอ เขาไม่เพียงสร้างเหตุแห่งความสุขแก่ตนเองเท่านั้น แต่ยังคอยแนะนำผู้อื่นให้เห็นหนทางแห่งความดี ความถูกต้อง และความพ้นทุกข์ ชี้แนะแนวทางชีวิตที่เปี่ยมด้วยศีลธรรมและปัญญาให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย

เมื่อพบเห็นผู้คนที่กำลังประสบความทุกข์หรือหลงผิดในหนทางแห่งชีวิต ปราชญ์ย่อมไม่เพิกเฉย แต่จะใช้ปัญญาและเมตตาเข้าไปช่วยเหลือ ชี้ทางสว่างให้ผู้หลงทางได้เห็นหนทางที่ถูกต้อง เพื่อให้พ้นจากความทุกข์และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข การกระทำเช่นนี้คือการสร้างประโยชน์อย่างแท้จริงทั้งแก่ผู้อื่นและแก่ตนเอง

ด้วยเหตุนี้ ปราชญ์จึงเป็นผู้ที่สร้างความสุขให้แก่โลกโดยธรรมชาติของตน เขาไม่ต้องพยายามเพื่อให้ผู้อื่นนับถือ แต่ความดีและปัญญาของเขาย่อมเป็นแสงสว่างที่ผู้คนมองเห็นโดยไม่ต้องป่าวประกาศ เพราะความดีที่แผ่ออกมานั้น ย่อมเปล่งประกายจากภายใน

เมื่อผู้เป็นปราชญ์ดำเนินชีวิตเช่นนี้ เขาย่อมสร้างประโยชน์ให้ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นไปพร้อมกัน ตนเองได้ดำเนินตามทางแห่งธรรมที่นำไปสู่ความสุขอันแท้จริง ส่วนผู้อื่นก็ได้รับแสงแห่งปัญญาไปเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เกิดความเข้าใจในเหตุแห่งทุกข์และหนทางแห่งการดับทุกข์ตามคำสอนของพระพุทธองค์

การเป็นปราชญ์อยู่ที่การใช้ชีวิตด้วยปัญญาและเมตตา ผู้ใดรู้จักแยกแยะสิ่งที่ดีและไม่ดี รู้ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ และนำความรู้นั้นไปใช้เพื่อเกื้อกูลผู้อื่น ผู้นั้นย่อมได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์โดยแท้ แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดาก็ตาม

ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงควรฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีปัญญา ไม่เพียงแสวงหาความรู้ภายนอกเท่านั้น แต่ต้องพัฒนาปัญญาภายใน คือความเข้าใจในเหตุผล ความรู้เท่าทันอารมณ์ และการรู้จักควบคุมตนเองให้ดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ด้วย

เมื่อเราฝึกตนให้มีปัญญาและใช้ปัญญานั้นเพื่อแบ่งปันความรู้แก่ผู้อื่น ก็ย่อมเป็นการสร้างความสุขทั้งแก่ตนเองและแก่สังคมโดยรวม เพราะการให้ปัญญาคือการให้ที่สูงสุด เป็นการจุดแสงสว่างในใจคนอื่นให้ส่องต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด เมื่อทุกคนมีปัญญา โลกย่อมสงบสุข และชีวิตของเราก็จะเต็มไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.