น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ “ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี”

น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ.

“ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี”

(ขุ.ชา.เอก. 27/22)

ชัยชนะในโลกเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว

ไม่ว่าจะเป็นการทำศึกสงคราม การแข่งขันกีฬา หรือการชิงดีชิงเด่นในทางใดทางหนึ่ง ย่อมมีทั้งผู้แพ้และผู้ชนะเป็นธรรมดา แต่ชัยชนะที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้เป็นเพียงสิ่งชั่วคราว ไม่มั่นคงแน่นอน เพราะวันหนึ่งผู้ชนะในวันนี้ก็อาจกลายเป็นผู้แพ้ในวันหน้าได้เช่นกัน ไม่มีสิ่งใดที่เป็นชัยชนะถาวรในโลกนี้เลย

เมื่อมีผู้แพ้ย่อมมีความอาฆาตแค้นเกิดขึ้น ฝ่ายที่แพ้ย่อมคิดหาหนทางเพื่อกลับมาเอาชนะให้ได้อีกครั้ง จึงเริ่มฝึกฝนตนเอง คิดกลอุบาย วางแผนเพื่อจะโต้กลับ และเมื่อวันหนึ่งได้โอกาส เขาก็จะพยายามเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ผลก็คือ วงจรของการแก้แค้น การชิงดี และการเอาคืนไม่รู้จบสิ้น

เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างมีความยึดมั่นถือมั่นในชัยชนะ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ ต่างสร้างความเจ็บแค้นต่อกัน ผลที่เกิดขึ้นคือการก่อเวรและจองกรรมกันอย่างไม่มีวันสิ้นสุด วันนี้ฝ่ายนี้ชนะ พรุ่งนี้อีกฝ่ายก็เอาคืน วนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ ความสงบสุขย่อมไม่เกิดขึ้น มีแต่ความระแวง ความโกรธ และความทุกข์ที่ทับถม

ชัยชนะทางโลกไม่เคยนำมาซึ่งความสุขแท้จริง

แม้ผู้ชนะจะรู้สึกภาคภูมิใจในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ลึก ๆ แล้ว ชัยชนะนั้นมักแฝงไปด้วยความกลัวว่าจะสูญเสีย ความระแวงว่าจะถูกล้างแค้น และความทุกข์จากการต้องปกป้องสิ่งที่ได้มา จึงไม่มีความสุขแท้จริงจากชัยชนะที่ได้มาด้วยการเอาชนะผู้อื่น

พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญชัยชนะในทางโลก

พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า การชนะผู้อื่นด้วยอำนาจ กำลัง หรือเล่ห์กล ไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง เพราะยิ่งชนะมากเท่าไร ยิ่งสร้างเวรไว้มากเท่านั้น พระองค์ไม่ทรงยกย่องผู้ที่มีชัยชนะในทางโลก แต่ทรงยกย่องผู้ที่สามารถเอาชนะกิเลสภายในใจของตนเองได้ เพราะนั่นคือชัยชนะที่ไม่ต้องเหยียบย่ำผู้อื่น

การชนะที่แท้จริงคือการชนะใจตนเอง

ผู้ที่เอาชนะความโกรธ ความโลภ และความหลงได้ คือผู้ที่มีชัยชนะที่แท้จริง เพราะไม่ต้องเบียดเบียนใคร ไม่ต้องทำลายใคร และไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาทำร้ายกลับ ชัยชนะเช่นนี้เป็นชัยชนะที่ยั่งยืน เพราะเกิดจากปัญญาและเมตตา มิใช่จากอำนาจหรือความทะเยอทะยาน

ชัยชนะเหนือกิเลสไม่ก่อเวรและไม่กลับแพ้

การฝึกฝนตนเองด้วยศีล สมาธิ และปัญญา เพื่อละกิเลสตัณหาในใจ เป็นหนทางแห่งชัยชนะที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ เพราะเป็นชัยชนะที่บริสุทธิ์ ไม่สร้างเวรกรรมต่อใคร และที่สำคัญคือไม่กลับแพ้อีก เพราะเมื่อจิตพ้นจากกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีสิ่งใดมาทำให้แพ้หรือตกต่ำได้อีกเลย

ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี” เพราะชัยชนะทางโลกย่อมเป็นการก่อเวร และผลัดกันชนะผลัดกันแพ้อยู่ร่ำไป แต่ชัยชนะภายในคือการดับกิเลส เป็นความสงบเย็นอย่างถาวร และเป็นชัยชนะที่แท้จริง ซึ่งนำไปสู่ความหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ไม่กลับมาพ่ายแพ้ให้กิเลสอีกต่อไป.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.