ตณฺหาธิปนฺนา วตฺตสีลพทฺธา
ลูขํ ตปํ วสฺสสตํ จรนฺตา
จิตฺตญฺจ เนสํ น สมฺมา วิมุตฺตํ
หีนตฺตรูปา น ปารงฺคมา เต.ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะอันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลว จะถึงฝั่งไม่ได้.
(พุทฺธ) สํ.ส. 15/40.
คำว่า ตัณหา หมายถึง ความทะยานอยาก ความดิ้นรนขวนขวายอยากได้อยากมีเกินความพอดี ตัณหานี้แบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา
กามตัณหา คือ ความทะยานอยากในกาม ความใคร่ ความกำหนัดในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอารมณ์อันน่าใคร่น่าพอใจทั้งหลาย เป็นตัณหาที่ผูกพันสัตว์โลกให้อยู่ในกามคุณ
ภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในภพ ความปรารถนาอยากเป็นนั่นเป็นนี่ เช่น อยากเกิดเป็นมนุษย์ อยากเกิดเป็นเทวดา หรืออยากมีฐานะตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ต่าง ๆ ตามความใฝ่ฝันของตน
วิภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในวิภพ ความอยากไม่เป็นนั่นไม่เป็นนี่ เช่น ไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย หรือไม่อยากตกอยู่ในสภาพที่ไม่พึงปรารถนา เป็นความอยากที่เกิดจากการปฏิเสธความจริงของธรรมชาติ
ตัณหาทั้งสามประการนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สัตว์โลกยังคงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสาร ตราบใดที่ยังละตัณหาไม่ได้ ยังถูกตัณหาครอบงำอยู่ ตราบนั้นย่อมไม่สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้
นอกจากตัณหาแล้ว ยังมีสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงพระนิพพานอีกประการหนึ่งคือ ศีลพรต ศีลพรตหมายถึงการยึดมั่นถือมั่นในศีลหรือวัตรอย่างสุดโต่ง โดยไม่ดำเนินตามทางสายกลาง
ศีล คือ ข้อที่ต้องสำรวมระวัง ไม่ควรละเมิด พรต หรือ วัตร คือข้อปฏิบัติที่ตั้งใจทำอย่างเคร่งครัด แต่ถ้ายึดมั่นถือมั่นเกินไป หรือยึดถือผิดทาง ก็กลายเป็นศีลพรตที่เป็นเครื่องกีดกัน ไม่อาจนำไปสู่พระนิพพานได้
ตบะ คือ ความเพียรเครื่องเผากิเลส การบำเพ็ญเพียรเพื่อทำให้กิเลสเบาบางลง วิธีที่ถูกต้องคือต้องดำเนินไปตามอริยมรรคมีองค์ 8 เจริญสมถกรรมฐานเพื่อทำจิตให้สงบ และวิปัสสนากรรมฐานเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นตามความเป็นจริง
แต่หากบำเพ็ญตบะผิดทาง ใช้ความเพียรผิดวิธี เช่น ทรมานร่างกายจนเกินควร หรือปฏิบัติไปเพราะความยึดมั่นถือมั่นโดยไม่เกิดปัญญา ก็ไม่สามารถทำให้กิเลสเบาบางลงได้ ตบะเช่นนั้นจึงไม่อาจนำไปสู่พระนิพพาน
ดังนั้น ผู้ที่ถูกตัณหาครอบงำ ยึดมั่นในศีลพรต หรือบำเพ็ญตบะผิดทาง แม้จะเพียรพยายามปฏิบัติอยู่เป็นร้อยปีพันปี ก็ไม่สามารถถึงฝั่งคือพระนิพพานได้ ผู้ปรารถนาความหลุดพ้นจึงจำเป็นต้องละตัณหา ดำเนินตามทางสายกลาง และบำเพ็ญตบะตามแนวอริยมรรคมีองค์ 8 จึงจะเข้าถึงความเกษมจากโยคะได้จริง.
