เกวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ
ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนติ ขนฺติโก.ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียน และการทะเลาะกันเป็นต้นได้.
ส.ม. 222.
ขันติ หมายถึง ความอดทน หรือความอดกลั้น เป็นคุณธรรมที่ทำให้ใจหนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งที่มากระทบ ขันติมีอยู่ 4 ลักษณะ คือ อดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อความเจ็บใจ และอดทนต่ออำนาจกิเลส ทั้งสี่ประการนี้ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตและการปฏิบัติธรรม
ด้วยลักษณะของขันติทั้งสี่ จึงสามารถอธิบายและสนับสนุนเนื้อความแห่งพระสุภาษิตที่ว่า ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ได้อย่างชัดเจน เพราะผู้มีขันติย่อมไม่ปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำจิตใจจนผลักดันให้ทำความชั่ว แต่จะสามารถอดกลั้นและควบคุมตนเองได้
ผู้มีขันติย่อมสามารถอดทนต่ออำนาจของโลภะ ไม่กระทำบาปกรรมอันมีความโลภเป็นมูล เช่น การลักขโมย การฉ้อโกง การปล้นชิง หรือการแสวงหาสิ่งที่ตนปรารถนาด้วยวิถีทางทุจริต ความอดทนเช่นนี้ทำให้ไม่ต้องทำชั่วเพื่อสนองความอยากได้
ในทำนองเดียวกัน ผู้มีขันติย่อมสามารถอดทนต่ออำนาจของโทสะ ไม่กระทำบาปกรรมอันเกิดจากความโกรธ เช่น การด่าว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง การทำร้ายร่างกาย หรือแม้แต่การฆ่า เพราะรู้จักข่มใจ ไม่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำจนพาไปสู่การทำลายทั้งตนเองและผู้อื่น
นอกจากนี้ ผู้มีขันติย่อมไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของโมหะ คือความหลง ความไม่รู้บาปบุญคุณโทษ เมื่อใจไม่ถูกครอบงำด้วยความมืดบอดเช่นนี้ ย่อมไม่กระทำอกุศลกรรมต่าง ๆ ที่เกิดจากความงมงาย ความเข้าใจผิด หรือความเห็นแก่ตัว ขันติจึงเป็นเหมือนเครื่องป้องกันไม่ให้โมหะชักนำไปสู่การทำบาป
เมื่อบุคคลมีขันติ ไม่กระทำบาปทั้งปวงตามอำนาจกิเลส ตนเองย่อมไม่อาจติเตียนตนเองได้ และผู้อื่นก็ไม่สามารถกล่าวโทษได้เช่นกัน เพราะการกระทำของเขาเป็นกรรมที่บริสุทธิ์ปราศจากบาป จึงกล่าวได้ว่า “ขันติทำหน้าที่ขุดรากแห่งความติเตียน” ทั้งจากตนเองและจากสังคมโดยรอบ
อีกประการหนึ่ง ขันติยังช่วยระงับความเจ็บใจได้ เช่น เมื่อถูกผู้อื่นด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ถึงแม้จะรู้สึกเจ็บใจเพียงใด แต่ผู้มีขันติย่อมอดกลั้น ไม่ปล่อยให้อารมณ์นั้นครอบงำจนแสดงกิริยาโต้ตอบออกไป เมื่อความเจ็บใจไม่ถูกแสดงออกมา การทะเลาะวิวาทก็ไม่เกิดขึ้น ความสงบจึงบังเกิดได้ด้วยอำนาจของขันติ
ขันติจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในทุกระดับ เพราะเมื่อขาดขันติ การทำงานย่อมเต็มไปด้วยความย่อท้อ การอยู่ร่วมกับผู้อื่นย่อมเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และการปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งสู่ความหลุดพ้นก็ไม่อาจสำเร็จได้ ขันติจึงเป็นรากฐานของความสำเร็จทั้งทางโลกียะและโลกุตระ
ในทางกลับกัน ผู้มีขันติย่อมสามารถสร้างประโยชน์ได้มากมาย ทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่น ในโลกนี้ก็ได้รับความรัก ความไว้วางใจ และความสงบสุข ในโลกหน้าก็ได้รับผลแห่งบุญที่นำไปสู่สุคติ และในที่สุดยังสามารถนำพาจิตไปสู่พระนิพพานได้
ดังนั้น ขันติจึงเป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง ไม่เพียงแต่ช่วยตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น แต่ยังทำให้ชีวิตราบรื่น สังคมสงบสุข และเป็นหนทางไปสู่ความสุขอันสูงสุด ผู้ที่บำเพ็ญขันติย่อมประสบประโยชน์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต.
