น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ.
“ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝนคือกหาปณะ”
(ขุ.ธ. 25/40, ขุ.ชา.ติก. 27/102)
สัตว์โลกทั้งหลายล้วนยินดีพอใจในกามคุณอยู่เสมอ กามคุณนั้นเป็นสิ่งที่น่าใคร่ น่าปรารถนา น่าพอใจ ไม่ว่าสัตว์โลกจะได้เสพมากเพียงใด ก็ยังไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ ความอยากยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เปรียบประดุจไฟที่ยิ่งใส่เชื้อก็ยิ่งโหมแรงขึ้น ไม่มีวี่แววว่าจะมอดดับลงได้ด้วยความอิ่มหรือความพอ
ความจริงแล้ว ไม่ว่าจะเสพกามคุณมากเท่าใด ใจก็ไม่เคยมีความรู้สึกว่า “พอ” เลย เพราะธรรมชาติของตัณหาและราคะนั้นมีแต่จะผลักดันให้แสวงหาสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ แม้ได้สิ่งที่เคยปรารถนามาแล้ว ก็ยังโหยหาอย่างอื่นต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด
ขึ้นชื่อว่าความอิ่ม ความพอใจในกามคุณ ย่อมไม่มีอยู่จริง แม้จะมีทรัพย์สมบัติมากมาย ใช้เงินทองมากเพียงใด ก็ไม่อาจซื้อความรู้สึก “อิ่มพอ” ในกามได้ เพราะใจที่ติดกามคุณ ย่อมปรารถนาสิ่งเหล่านี้ไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะพยายามตอบสนองอย่างไร ก็ไม่สามารถระงับความอยากได้
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าความอิ่มในกามเป็นสิ่งที่โลกียะทั้งหลายไม่อาจบันดาลให้เกิดขึ้นได้เลย มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น คือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อเจริญปัญญาให้เห็นความจริงของรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ว่าเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน เมื่อเห็นแจ้งเช่นนี้ จิตจึงจะคลายความกำหนัดลงได้
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ตัดกิเลสตัณหาที่เป็นเหตุแห่งทุกข์อย่างสิ้นเชิง จนไม่เหลือความโหยหาในกามคุณอีกต่อไป เมื่อกิเลสสิ้น ตัณหาดับ ความอยากก็หายไป สิ่งนั้นแหละคือความอิ่มในกามอย่างแท้จริง
แต่หนทางนี้หาใช่เรื่องง่ายเลย ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องมีความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่อง ไม่ย่อท้อ ต้องตั้งสติให้มั่น เจริญปัญญาอย่างสม่ำเสมอ ความสำเร็จย่อมเกิดจากความไม่ประมาท และการอดทนต่อการฝึกฝนขัดเกลาจิตอย่างแท้จริง
ผู้ที่จะบรรลุถึงความดับแห่งความอยากได้ จำเป็นต้องมีศรัทธาแรงกล้าในพระรัตนตรัย มีความเชื่อมั่นว่า ทางแห่งการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานคือหนทางที่ถูกต้องและแน่นอนที่จะนำไปสู่ความพ้นทุกข์ มิใช่เพียงการแสวงหาความสุขชั่วคราวในกามคุณ
เมื่อปฏิบัติได้สำเร็จ บุคคลนั้นจะถึงความเป็นอิสระจากอำนาจของกามคุณ ไม่ต้องดิ้นรนเสาะหา ไม่ต้องทุกข์เพราะขาดหรือสูญเสียสิ่งที่เคยมีอีกต่อไป ใจจึงสงบเย็นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสุขที่ยั่งยืนและมั่นคงกว่าสุขใด ๆ ในโลกียะ
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้สัตว์โลกหันมาปฏิบัติธรรม เพื่อดับตัณหาและกิเลสทั้งปวง ไม่ใช่เพียงเพื่อหวังผลคือความสุขทางโลก แต่เพื่อให้เข้าถึงสุขอันสูงสุด คือความพ้นจากทุกข์ในสังสารวัฏโดยสิ้นเชิง.
