ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ.
“ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป”
(ม.ม. 13/411, ขุ.เถร. 26/377)
คำว่า “ผู้บริโภคกาม” หมายถึงบุคคลที่หมกมุ่นอยู่ในกาม เพราะถูกกิเลสตัณหาครอบงำจนหน้ามืดตามัว ถูกอวิชชาครอบงำจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี ทำให้ไม่เห็นทางสว่างของชีวิต
ผู้บริโภคกามมักติดใจในรสของกาม เหมือนผู้ที่ได้กินของอร่อยแล้วติดใจ อยากรับประทานซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ความพึงพอใจนี้ทำให้จิตใจผูกพันอยู่กับกามอย่างแน่นหนา และไม่คิดที่จะดิ้นรนให้หลุดพ้นจากกาม
บุคคลประเภทนี้จึงติดอยู่ในกามอย่างลึกซึ้ง โดยแท้จริงแล้ว เขายังไม่มีความคิดหรือเจตนาที่จะละกาม หรือพยายามหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งน่าพอใจเหล่านั้นด้วยซ้ำไป
เมื่อผู้บริโภคกามพิจารณาเห็นกามเป็นสิ่งน่าใคร่น่าพอใจ เขาจะไม่เพียงแค่ติดอยู่ในกามเท่านั้น แต่ยังปรารถนาในกามมากขึ้นอีก เป็นการยึดมั่นถือมั่นในกามอย่างต่อเนื่อง
การยึดติดเช่นนี้ทำให้จิตใจไม่สงบ ไม่สามารถมองเห็นความจริงของชีวิต ไม่ตระหนักถึงความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไร้ตัวตนของสิ่งต่าง ๆ จึงเกิดวังวนแห่งกิเลสและทุกข์อย่างต่อเนื่อง
ผู้บริโภคกามมักถูกลวงตาโดยความสุขชั่วคราวของกาม ทำให้ไม่สนใจต่อการพัฒนาคุณธรรม ไม่คิดฝึกฝนจิตเพื่อความสงบหรือความหลุดพ้น
เพื่อหลุดพ้นจากวังวนของกาม จึงจำเป็นต้องอาศัย การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน การพิจารณาเห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริง จะช่วยให้เห็นโทษของกามได้
เมื่อปัญญาเกิดขึ้น จะค่อย ๆ คลายความยึดมั่นถือมั่นในกาม รู้จักเว้นวรรคจากความอยาก และสามารถพัฒนาจิตใจไปสู่ความสงบและความหลุดพ้นได้ในที่สุด
ดังนั้น การพ้นจากอำนาจของกามสำหรับผู้บริโภคกามนั้น จำเป็นต้องใช้ ความเพียรอย่างแรงกล้า ฝึกฝนสติและปัญญาอย่างต่อเนื่อง จึงจะสามารถหลุดพ้นจากวังวนของกามได้อย่างแท้จริง.
