กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.

กามา หิ จิตฺรา มธุรา มโนรมา
วิรูปรูเปน มเถนฺติ จิตฺตํ
อาทีนวํ กามคุเณสุ ทิสฺวา
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.

กามทั้งหลาย ตระการหวานชื่นใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยรูปร่างต่าง ๆ กัน บุคคลพึงเห็นโทษในกามคุณแล้วเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด.

(พุทฺธ) ขุ.สุ. 25/334.

คำว่า กาม หมายถึงสิ่งที่เป็นที่ตั้งแห่งความใคร่ ความกำหนัด และความเพลิดเพลิน กามนี้มีอยู่ 2 อย่าง คือ กิเลสกาม และ วัตถุกาม ซึ่งทั้งสองอย่างนี้สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด และเป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ

กิเลสกาม คือกิเลสที่เกิดขึ้นภายในใจ เป็นความรู้สึกรักใคร่ ความอยาก ความยินดี ความเพลิดเพลินที่เกิดขึ้นเมื่อได้เสพกามคุณ เป็นเหตุให้ใจหมกมุ่นไม่รู้จักพอ กิเลสกามจึงเปรียบเสมือนเชื้อไฟที่เผาใจอยู่ตลอดเวลา

วัตถุกาม คือวัตถุภายนอกที่เป็นที่ตั้งของความกำหนัดยินดี เรียกว่า กามคุณ ซึ่งมีอยู่ 5 อย่าง ได้แก่ รูปอันน่าดู เสียงอันน่าฟัง กลิ่นอันหอม รสอันอร่อย และโผฏฐัพพะคือการสัมผัสที่น่าพอใจ สิ่งเหล่านี้คือเครื่องล่อใจให้สัตว์ทั้งหลายติดพันอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น

กามคุณทั้ง 5 จึงเป็นดั่งเหยื่อล่อ ทำให้ผู้คนเสาะแสวงหามาครอบครอง เมื่อได้ครอบครองแล้วก็มีความสุข แต่ความสุขนั้นก็ชั่วคราว เมื่อสูญเสียไปก็กลับกลายเป็นความทุกข์ และถ้าไม่สามารถได้มาตามที่ปรารถนา ก็เป็นทุกข์ตั้งแต่ต้น

เพราะกามคุณทั้ง 5 นี้เอง สัตว์โลกทั้งหลายจึงดิ้นรนทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ใจใฝ่หา บางครั้งแม้เหน็ดเหนื่อยยากลำบาก ก็ยอมอดทนสู้เพื่อแลกกับการได้เสพสุขจากกามคุณนั้น ๆ จึงกล่าวได้ว่า กามคือแรงผลักดันให้มนุษย์เวียนว่ายอยู่ในวัฏทุกข์

เมื่อพิจารณาลึกลงไป กามอีกประเภทหนึ่งคือ กิเลสกาม เป็นสิ่งที่คอยครอบงำใจให้เกิดความอยากไม่รู้จบ สัตว์ทั้งหลายเห็นผิดคิดว่า กามคุณเหล่านี้สามารถทำให้ตนมีสุขอย่างแท้จริงได้ จึงหลงติดไม่สามารถถอนตัวออกมาได้

ความหลงใหลในกาม เปรียบได้กับการดื่มน้ำเค็ม ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ยิ่งเสพกามคุณก็ยิ่งไม่รู้จักพอ ความอยากใหม่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนหลุมไฟที่ราดน้ำมันอยู่ตลอดเวลา จึงไม่อาจดับลงได้

กามทั้งสองประเภทนี้ แม้จะหอมหวานรัญจวนใจ เปรียบเสมือนอาหารรสดีที่ยั่วยวนลิ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็แฝงไว้ด้วยพิษภัย คอยย่ำยีจิตใจสัตว์โลกให้เร่าร้อนและเกิดทุกข์โดยไม่รู้ตัว

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนให้สาวกทั้งหลายพิจารณาให้เห็นโทษของกามอย่างถ่องแท้ เห็นความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน และความเป็นทุกข์ของกามคุณทั้งปวง เมื่อเข้าใจเช่นนี้แล้ว ย่อมสามารถลดละคลายความยึดติดได้

หนทางที่จะก้าวออกจากพันธนาการของกาม คือการฝึกใจให้สงบ ไม่ปล่อยให้ไหลไปตามอำนาจของกิเลสกาม และพยายามเว้นขาดจากวัตถุกามโดยการไม่หมกมุ่น ไม่มัวเมาในกามคุณทั้ง 5 การปลีกวิเวกออกจากหมู่คณะก็เป็นวิธีหนึ่งที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำ

การอยู่ผู้เดียวเพื่อบำเพ็ญสมณธรรม ช่วยให้ใจสงบจากสิ่งยั่วยุทั้งหลาย ทำให้มีโอกาสเจริญสมาธิและปัญญา เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง เมื่อจิตไม่ถูกรบกวนด้วยกามคุณ ความหลุดพ้นย่อมใกล้เข้ามา

ดังนั้น กามทั้งสองประการคือกิเลสกามและวัตถุกาม แม้จะให้ความสุขชั่วคราว แต่ก็เป็นต้นเหตุของทุกข์ในระยะยาว ผู้ที่ปรารถนาจะถึงความพ้นทุกข์ จึงต้องเพียรพิจารณาให้เห็นโทษของกามทั้งหลาย และมุ่งบำเพ็ญเพียรเพื่อก้าวไปสู่ที่สุดแห่งทุกข์ คือพระนิพพานอันเกษมจากโยคะทั้งปวง.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.