ขตฺติโย จ อธมฺมฏฺโฐ เวสฺโส จาธมฺมนิสฺสิโต เต ปริจฺจชฺชุโก โลเก อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.

ขตฺติโย จ อธมฺมฏฺโฐ     เวสฺโส จาธมฺมนิสฺสิโต
เต ปริจฺจชฺชุโก โลเก     อุปปชฺชนฺติ ทุคฺคตึ.

[คำอ่าน]

ขัด-ติ-โย, จะ, อะ-ทำ-มัด-โถ     เวด-โส, จา-ทำ-มะ-นิด-สิ-โต
เต, ปะ-ริด-จัด-ชุ-โก, โล-เก     อุ-ปะ-ปัด-ชัน-ติ, ทุก-คะ-ติง

[คำแปล]

“กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม และแพศย์ (คนสามัญ) ไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง 2 นั้น ละโลกไปแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ.”

(โพธิสตฺต) ขุ.ชา.ปญฺจก. 27/175.

ในโลกของเรานี้ คนทั้งหลายมักแบ่งชนชั้นวรรณะ อย่างเช่นในสมัยพุทธกาล ในประเทศอินเดียก็มีการแบ่งชนชั้นวรรณะออกเป็น 4 วรรณะ คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ทำให้เกิดการดูถูกเหยียดหยามกัน กีดกันกัน เรารัดเอาเปรียบกัน ต่าง ๆ นานา

ในปัจจุบันนี้คนทั้งหลายก็ยังมีการแบ่งชนชั้นวรรณะ มีชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง ชนชั้นต่ำ เป็นต้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้เกิดการดูหมิ่นดูแคลนกันเช่นกัน

เมื่อว่าตามหลักพุทธศาสนาแล้ว คนทั้งหลายที่เกิดมานั้น ล้วนทำบุญทำบาปมาไม่เหมือนกัน ทำให้เกิดมาแตกต่างกัน ยากดีมีจนต่างกัน ผิวพรรณวรรณะต่างกัน สติปัญญาต่างกัน เป็นต้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นคนประเภทไหนก็ตาม เมื่อทำกรรมดี ย่อมได้รับผลของกรรมดีเหมือนกัน ได้เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ตามกำลังแห่งกรรมดีนั้นได้เท่า ๆ กัน และเมื่อทำกรรมชั่ว ก็ย่อมได้รับผลของกรรมชั่วเหมือนกัน ต้องเข้าถึงทุคติอบายภูมิตามกำลังแห่งกรรมชั่วนั้นเท่า ๆ กัน

กล่าวโดยสรุปก็คือ การให้ผลของกรรมนั้นไม่มีลำเอียง ไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง หรือชนชั้นต่ำ ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน ผู้ใดทำกรรมเช่นใดไว้ ย่อมได้รับผลเช่นนั้น ไม่มีการแบ่งชนชั้นในเรื่องการให้ผลของกรรม.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.