อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส สทฺธมฺมํ อวิชานโต
ปริปฺลวปสาทสฺส ปญฺญา น ปริปูรติ.เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.
(พุทฺธ) ขุ.ธ. 25/20.
คำว่า มีจิตไม่มั่นคง หมายถึง บุคคลที่ไม่มีความแน่นอน จิตใจวอกแวกหวั่นไหว รวนเร เอาแน่เอานอนไม่ได้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เหมือนกับหลักที่ปักไว้ในกองแกลบหรือในโคลน เมื่อถูกแรงลมพัดก็โยกเยกคลอนแคลน ไม่นานก็หักโค่นหรือถอนขึ้นมาได้ง่าย
บุคคลผู้มีจิตไม่มั่นคง ย่อมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่เสมอ เดี๋ยวเชื่อสิ่งหนึ่ง เดี๋ยวเปลี่ยนไปเชื่อสิ่งอื่น เดี๋ยวนับถือพระพุทธศาสนา เดี๋ยวก็เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่น ลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่วแน่ในจิตใจ ไม่ตั้งมั่นอยู่ในหลักการที่ถูกต้อง
คำว่า ไม่รู้พระสัทธรรม หมายถึง การไม่รู้จักหลักธรรมคำสอนอันเป็นเครื่องนำพาไปสู่ความพ้นทุกข์ ไม่รู้จักโพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ซึ่งเป็นธรรมเครื่องตรัสรู้และเป็นหลักสำหรับผู้ปฏิบัติให้ก้าวหน้าในทางธรรม
โพธิปักขิยธรรม 37 ประการนั้น ประกอบด้วย สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติแก่ผู้ปรารถนาความหลุดพ้น
คำว่า มีความเลื่อมใสอันเลื่อนลอย หมายถึง ผู้ที่มีศรัทธาน้อย ศรัทธาคลอนแคลน ไม่มั่นคง ไม่ตั้งอยู่ในศรัทธาที่แท้จริง เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดล้อมหรืออิทธิพลภายนอก ไม่อาจยึดมั่นในพระรัตนตรัยได้อย่างแน่วแน่
ศรัทธาที่มั่นคงในพระพุทธศาสนา เรียกว่า ศรัทธา 4 ประการ ได้แก่ กัมมสัทธา คือเชื่อในกรรม, วิปากสัทธา คือเชื่อในผลแห่งกรรม, กัมมัสสกตาสัทธา คือเชื่อว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตนเอง และตถาคตโพธิสัทธา คือเชื่อมั่นในการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
บุคคลที่มีความเลื่อมใสอันเลื่อนลอยและไม่รู้พระสัทธรรม ย่อมไม่สามารถบรรลุปัญญา 4 ประการได้ คือ ปัญญาที่เป็นกามาวจร ปัญญาที่เป็นรูปาวจร ปัญญาที่เป็นอรูปาวจร และปัญญาที่เป็นโลกุตตระ เพราะขาดความมั่นคงในจิตและขาดความรู้ที่แท้จริง
ปัญญา 4 ประการนี้ เป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้บุคคลก้าวพ้นจากความมืดมนทางจิตใจไปสู่ความสว่าง หากผู้ใดไม่สามารถพัฒนาปัญญาเหล่านี้ได้ ย่อมไม่อาจเข้าถึงทางพ้นทุกข์ และย่อมเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารต่อไป
ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย พึงฝึกฝนตนให้เป็นผู้มีจิตใจมั่นคง ไม่รวนเร ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์หรือสิ่งยั่วยุภายนอก ต้องศึกษาและทำความเข้าใจในพระสัทธรรมให้ถ่องแท้ และยึดมั่นในพระรัตนตรัยด้วยศรัทธาอันมั่นคง
เมื่อจิตมั่นคง ศรัทธามั่นคง และปัญญาบริบูรณ์ บุคคลนั้นย่อมปฏิบัติตามแนวทางแห่งอริยมรรคมีองค์ 8 อย่างเคร่งครัด และผลแห่งการปฏิบัติย่อมทำให้ถึงความบริบูรณ์แห่งปัญญา ก้าวพ้นจากความทุกข์ไปสู่ความเกษมอันสูงสุด คือพระนิพพาน.
